ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนวัดเขาปิ่นทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1
วันที่ 7 ธันวาคม 2021 5:22 AM
b-school03
logo-cโรงเรียนวัดเขาปิ่นทอง

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 [2] 3 4
11
ห้องนั่งเล่น / พูดก่อนเเล้วค่อยคิด
« กระทู้ล่าสุด โดย monaliza เมื่อ ธันวาคม 18, 2020, 07:14:33 PM »
พูดก่อนเเล้วค่อยคิด

“เออก็เพราะทำตัวแบบนี้ไงถึงไม่มีใครรัก สมควรแล้วแหละที่โดนแบบนี้”

“อ้าวทำไมพูดแบบนี้อ่ะ พูดอะไรเคยแคร์ความรู้สึกกันบ้างไหม”

“จำเป็นด้วยหรอ”

“เฮ้ย อันนี้มันเกินไปป่ะวะ เราก็แค่ทำไม่ถูกใจเเก แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเราผิดร้ายแรงจนแกต้องพูดอะไรแบบนี้ เราไม่ได้ไปฆ่าใครตาย เราไม่ได้ไปโกงเงินใคร สิ่งที่แกต้องการคือเราทำให้ไม่ได้ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการที่แกต้องมาพูดกับเราแบบนี้วะ”

“ก็มันจริง พอมีปัญหาก็มาขอให้เราช่วยเหลือ แล้วเราจะไปทำอะไรได้อ่ะในเมื่อเราเตือนแล้วแกไม่ฟัง เอาจริงๆไม่ควรมาเรียกร้องอะไรเเล้วป่ะ ดีแค่ไหนแล้วอ่ะที่โดนมาเเค่เนี้ย”

“แกก็เลยเลือกที่จะซ้ำเติมเรา เลือกที่จะด่าเราให้เราเสียใจ งั้นแกก็ทำสำเร็จแล้วแหละเพราะตอนนี้เราเสียใจกับคำพูดของของแกมาก ถ้าไม่มีอะไรแล้วเราไปก่อนนะ”

“เออ จะไปไหนก็เชิญเลย แล้วถ้ามีปัญหาก็อย่ากลับมาอีกนะ”

ฉันทะเลาะกับเพื่อนสนิทคนนึงอย่างรุนแรง ทุกคนคงจะสงสัยว่าฉันคือคนไหนในบทสนทนา จริงๆแล้วฉันคือคนที่ใช้คำพูดทำร้ายจิตใจเพื่อนอีกคนนึง เรื่องราวก็มีอยู่ว่า เพื่อนของฉันเลือกที่จะมาปรึกษาฉันเกี่ยวกับปัญหาชีวิตของเขา แล้วฉันก็ให้คำปรึกษาไปแต่เขากลับไม่ทำตามที่ฉันพูดเลย

เขาเลือกที่จะทำในแบบที่ตัวเองคิด ในตอนนั้นฉันก็รู้สึกโกรธว่าทำไมเขาถึงไม่รับฟังกันบ้างแล้วพอมาวันนี้เพื่อนคนนั้นของฉันมีปัญหาเขามาขอคำปรึกษาสักที ฉันจึงโกรธหนักกว่าเดิมเพราะว่าฉันแนะนำเพื่อนไปแล้วแต่เพื่อนกลับไปเลือกที่จะไม่ทำตามและเห็นฉันมีค่าในวันที่เพื่อนมีปัญหา ใครที่เคยเจอสถานการณ์ เเบบนี้ก็ต้องมีเสียความรู้สึกเป็นธรรมดา แต่คำพูดที่ฉันใช้พูดกับเพื่อนมันคงจะรุนแรงเกินไปทำให้เพื่อนไม่คุยกับฉันอีกเลย

“คือจะไม่คุยกันเลยใช่ป่ะ ถ้าจะไม่คุยก็บอกกันมาตรงๆจะได้ทำตัวถูก จะเลิกคบกันไปเลยก็ได้นะ”

“ถามจริงนะที่พูดมาได้คิดหรือเปล่า คำพูดที่แกพูดออกมาแต่ละคำรู้ป่ะว่ามันทำร้ายจิตใจมากเลยอ่ะ ถ้าแกไม่จำเป็นแกก็ไม่ต้องพูดเลยดีกว่า เราไม่อยากเสียความรู้สึกไปมากกว่านี้”

“อะไรกันนักกันหนาวะ ก็เเกหรือเปล่าเป็นคนที่ไม่คุยกับเราตั้งแต่แรก แล้วจะให้เราทำตัวยังไงอ่ะ เพราะเราพูดอะไรก็หาว่าพูดแรงเกินไป ถ้าแกไม่อยากให้เราพูดแรงก็กลับมาคุยกับเราดิ”

“เราอยากกลับไปคุยกับแก ไม่ใช่เราไม่อยากกลับไปแต่เราเสียความรู้สึก เราเป็นเพื่อนสนิทกันไม่ใช่หรอ ทำไมวันนั้นที่เราทะเลาะกันแกพูดกับเราได้ขนาดนั้นน่ะ คือความรู้สึกที่มันเสียไปแล้วอ่ะมันกลับมาไม่ได้หรอกนะ แล้วถ้าเราทำอะไรผิดพลาดหรือทำอะไรให้แกไม่พอใจอีก แกจะพูดแรงกับเราแบบนี้อีกไหม แล้วถ้าแกพูดแรงอีกเราก็ต้องเสียความรู้สึกอีกใช่ไหม”

“แกก็อย่าทำอะไรให้เราต้องโกรธสิ เราจะได้ไม่ต้องพูดแรงกับแกไง”

“หมายความว่าเราต้องตามใจแกทุกอย่างเลยหรอ งั้นก็แปลว่าเราต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้เป็นเพื่อนกับแกได้น่ะสิ ถ้าเป็นแบบนี้คนที่ไม่มีความสุขก็จะเป็นตัวเรานะ”

“เเล้วเเกจะให้เราทำยังไงอ่ะ ก็เราเป็นคนแบบนี้อยู่แล้ว คือเวลาที่เราไม่พอใจอะไรเราก็จะพูดพูดออกมาก่อน ความจริงเราก็ไม่ได้อยากพูดแรงกับเเก แต่ว่าปากเรามันขยับไปเอง แกก็น่าจะเข้าใจเรานะ เพราะเเกเป็นเพื่อนสนิทเรา”

“ถ้าการที่เราสนิทกันแล้วแกจะบอกว่าให้เรายอมรับกับคำพูดแรงๆของแก นั่นก็หมายความว่าถ้าเราพูดแรงกับแกบ้างแกก็คงจะแกได้ใช่ไหม”

“แล้วใครมันจะไปรับได้วะ”

“ก็ใช่ไงเราถึงจะบอกเเกว่า เรารับไม่ได้หรอกนะกับคำพูดเเรงๆของแก ต่อให้สนิทกันแค่ไหนแกก็ควรจะรักษาความรู้สึกของเราบ้าง มันเสียความรู้สึกนะเว้ยเราไม่คิดว่าแกจะพูดกับเราได้แรงขนาดนั้น คือเราเป็นเพื่อนกันเราคุยกันดีๆตักเตือนกันดีๆก็ได้ ไม่เห็นจะต้องใช้คำพูดที่รุนแรงเลย”

“คือคำพูดที่เราพูดไป เราพูดไปเพราะอารมณ์เราไม่ได้คิด เราไม่อยากให้แกเก็บคำพูดของเรามาใส่ใจ เราก็พูดไปเรื่อยอย่าไปสนใจเลยนะ”

“แกพูดอะไรแกก็ควรจะคิดก่อน อย่างน้อยๆก็ให้เเคร์คนที่ฟังบ้าง มันไม่ใช่แค่กับเราแต่มันคือกับทุกคน ถ้าแกยังเป็นแบบนี้อยู่แกจะอยู่ร่วมกับคนอื่นได้ยาก มันไม่มีใครที่จะเข้าใจแกได้ตลอดหรอกนะ อย่างเรา เราเป็นเพื่อนสนิทแกเราก็พร้อมที่จะรับฟังแก เรารู้ว่าคำพูดเเรงๆที่แกพูดออกมาก็เพราะแกหวังดี แต่คนอื่นเขาอาจจะไม่ได้มองแบบนี้ก็ได้ ดังนั้นแกควรคิดเยอะๆก่อนที่จะพูดอะไรออกมานะ”

“เราจะกลับไปลองคิดดูแล้วกัน เราก็ไม่ได้อยากทำให้ใครเสียความรู้สึกกับคำพูดของเรา เราจะพยายามปรับตัวนะ ขอบใจมากที่ยังเป็นเพื่อนกัน”

“ไม่เป็นไรหรอ เราก็ขอโทษแกด้วยนะ ที่มีบางอย่างเราอาจจะทำผิดไปบ้าง”

ฉันเริ่มคิดได้ว่าผลของการพูดยังไม่คิดมันแย่แค่ไหน บางทีคำพูดที่ฉันพูดไปแค่สองสามประโยค อาจจะทำร้ายคนที่อยู่ใกล้ตัวให้เสียความรู้สึกไปได้หลายวัน ฉันไม่อยากเป็นคนแบบนี้ ฉันจึงพยายามอย่างมากในการคิดก่อนพูด มันเป็นเรื่องที่ยากมากเพราะด้วยความที่ฉันเคยชินกับการพูดอะไรด้วยอารมณ์

คิดอะไรตอนนั้นก็พูดออกมาเลย แต่ไม่ทันได้กลั่นกรอง ต่อจากนี้ไปเพื่อนสนิทและคนรอบข้างของฉันจะต้องไม่มีใครมาเสียความรู้สึกกับคำพูดของฉันอีก พอฉันมาคิดทบทวนดูแล้ว การกระทำของฉันมันก็ไม่สมควรทำจริงๆ ถ้าไม่ได้เพื่อนสนิทของฉันมาคอยเตือนว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

ไม่ควรทำป่านนี้ฉันก็คงกลายเป็นคนที่พูดไม่คิดตลอดไป การที่เรามีคนรอบข้างที่คอยตักเตือนและพาเราไปในทางที่ดี เราควรจะรักษาเขาไว้เเละไม่ควรให้เขาต้องมาเสียความรู้สึกกับคำพูดแย่ๆของเราอีก




12
ห้องนั่งเล่น / ลูกสาวสงสัยว่าพ่อแม่ไปรักกันได้ยังไง
« กระทู้ล่าสุด โดย monaliza เมื่อ ธันวาคม 14, 2020, 09:59:07 PM »
ลูกสาวสงสัยว่าพ่อแม่ไปรักกันได้ยังไง

เรื่องราวความรักของเขากับผู้หญิง 3 คนให้ลูกสาวของเขาฟังโดยให้ลูกสาวของเขานั้นถ่ายเอาเองว่าใครคือแม่จริงๆของเธอจนพวกเราต้องคอยลุ้นไปกับแม่หนูเรื่องราวมันจะรู้สนุกสักแค่ไหนแล้วคุณจะทายถูกหรือไม่ว่าใครคือรักแท้ของเขา ต้องไปรับแม่หนูมายาลูกสาวของเขากลับจากโรงเรียนเหมือนดังเช่น

ทุกวันเสาร์วันนี้ที่โรงเรียนของเธอนั้นสอนเรื่องเพศศึกษาทางภายในระยะนั้นเกิดความสงสัยว่าหนูเกิดขึ้นมาได้ยังไงในไหนพ่อแม่ก็กำลังจะหย่ากันอยู่แล้วมาอย่าเธอเลยค่ะอย่ารอให้พ่อของเธอเราเรื่องความรักของพ่อกับแม่ให้ฟังหน่อยตอนแรกพระเอกก็ไม่ยอมเล่าให้มาอยากฟังหน่อยนะครับแต่พอถูกมายา

เรามากๆเข้าพระเอกเลยตัดสินใจเล่าให้เธอฟังครับโดยที่พระเอกจะเล่าให้มายาฟังทั้งหมดเลยว่าเขานั้นรักกับใครมาบ้างโดยจะใช้นามสมมุติแทนชื่อสาวพวกนั้นแล้วให้ลูกของเขาทายซิว่าใครคือแม่ของตัวเองจากนั้นพระเอกก็ได้เริ่มเล่าย้อนกลับไปเมื่อปี 1992 ตอนนั้นก็มีแฟนที่รักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนครับ

เขาได้สมมติชื่อของเธอว่าเอมิลี่ช่วงนั้นเขาก็กำลังรักกันดีกับเอมิลี่ อายุของพระเอกตอนนั้นก็อยู่เราราวๆสักประมาณ 25 ปีแถวนั้นก็มีความฝันอันยิ่งใหญ่นั่นก็คือการได้เป็นประธานาธิบดีพระเอกจึงตัดสินใจเข้าไปทำงานที่เมืองนิวยอร์คกับบริษัทหาเสียงให้นักการเมืองคนดังนั้นแหละครับทำไมเขาจำใจ

ต้องจากเมมโมรี่มาและก็ได้ฟังเองไม่ได้ให้อยู่กับเพื่อดูเพจของเขาต่อสถานการณ์เอมิลี่เธอได้ฝากสมุดไดอารี่ไปคืนหญิงสาวที่ชื่อซัมเมอร์อีกด้วยครับหลังจากที่พระเอกเล่าให้แม่หนูมายาฟังสำหรับเรื่องราวแฟนคนแรกของเขามาอย่างก็เลยบอกว่าเอมมี่เธอดูเหมือนจะเป็นแม่ที่ดีแต่มาอย่าคิดว่าคง

ไม่ใช่แม่ของเธอหรอกเพราะผู้หญิงตอนต้นเรื่องนั้นมันยากที่จะลงเอยกันได้พระเอกถึงได้เล่าให้ลูกของเขาฟังต่ออีกว่าเมื่อตอนที่เขาได้มาทำงานที่นิวยอร์คเขาหวังจะช่วยนักการเมืองในดวงใจหาเสียงเต็มที่ใดร่างคำปราศรัย ที่นี่ถวายในชีวิตการทำงานจริงๆแล้วพระเอกก็ได้เป็นแค่คนเสิร์ฟกาแฟ

ถ่ายเอกสารและก็เก็บทิชชูจนทุกคนในออฟฟิศตั้งฉายาให้เขาว่าไอ้หนุ่มทิชชูครับ ไปเจอกับสาวคนไทยกับสารประจำออฟฟิศเธอก็คือ April พระเอกก็ได้ถามเลยว่าเธอสนับสนุนพรรคการเมืองไหนแต่เธอก็เลยบอกนะครับว่าเธอไม่ได้อยู่ฝ่ายไหนหรอกไม่ได้สนใจเรื่องการเมืองเลยด้วยซ้ำเพียงแต่

มาทำงานที่นี่ก็เพราะเงินเท่านั้นและในคืนนึงไอ้เอกนั่งจ้องสมุดไดอารี่ TMB ฝากไปให้เสมออยู่นานสองนานเพื่อนร่วมห้องของเขาก็เลยยกให้เขาเปิดอ่านไดอารี่นั้นเลยสิพระเอกทนเพื่อลบล้างไม่ไหวจึงได้เปิดอ่านครับแต่ความจริงที่อยู่ในสมุดไดอารี่เล่มนั้นมันกลับทำให้เขาแทบช็อคเพราะเนื้อความในสมุด

นั้นมันบอกถึงความสัมพันธ์ทางเพศระหว่างผู้หญิงกับผู้หญิงนั่นก็คือเอมิลี่กับซัมเมอร์นั้นเองครับวันต่อมาพระเอกจึงได้ไปหาซัมเมอร์แต่ก็กลับเจอแต่ลุงแก่ๆอยู่ที่ห้องเธอเราลืมบอกให้รอเสมอแป๊บนึงขอเธอกำลังจะกลับมาหอมกลิ่นเหล้าให้พระเอกดื่มอีกด้วยครับทั้งคู่ก็ได้ดื่มจนเมาเหมือน Summer

กลับมาถึงก็พบว่าตะลุงนั้นเมาหลับอยู่ที่โซฟาแล้วถือก็ได้เผยให้เองได้รู้ว่าลุงนั้นน่ะเป็นแฟนของเธอเองไม่ใช่พ่อแบบที่ไม่เข้าใจหรอกไอ้เอกก็ได้เอาสมุดใด Summer Summer เธอบอกว่าเธอไม่อยากได้คืนหรอกแต่เธอแปลกใจว่าทำไมเอมิลี่ถึงปากสมุทรนั้นกับพระเอกมาคืนเธอหลังจากเสร็จเรื่องแล้ว

ก็เลยออกมาส่งไอ้ที่หน้าห้องแต่สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นครับแม่สาว Summer เธอสิเขาเข้าไปจูบและอีกอย่างนั้นเลยไอ้เอกก็ไม่ทันได้ตั้งตัวได้ด้วยสาวสวยขนาดนั้นมาถูกเขามันเลยทำให้เขาเคลิ้มจนต้องจูบกลับทั้งคู่ก็กลับห้องไปครับเล่นเอาไปเองที่ต้องถึงกับงงแดกกลับบ้านไปเลยครับด้านอาชีพ

การงานของพระเอกช่วงนั้นมันก็มีโอกาสเข้ามาเขาครับหัวหน้าได้บอกมาให้เขาติดต่อหาทุนจากผู้รับบริจาคไอ้พวกนี้มันก็มาในรูปแบบซื้อโต๊ะอาหารในงานเลี้ยงมันก็ประมาณว่าซื้อโต๊ะจีนอะไรประมาณนี้อ่ะครับนี่เป็นครั้งแรกครับที่พระเอกรู้สึกว่าตัวเองได้ทำงานจริงๆเอกได้ใช้ความสามารถหว่านล้อมผู้บริจาค

ขายโต๊ะงานเลี้ยงไปได้หลายโต๊ะจนคนในออฟฟิศต้องตบมือให้กับเขาและในคืนนึงขณะที่พระเอกกำลังซื้อบุหรี่อยู่ที่นี่มาอยู่นั้นเขาทั้งคู่ได้คุยกันจึงทำให้รู้ว่าวันนี้เป็นวันเกิดนะครับว่าทำไมวันนี้ไม่ไปจนทำให้เอพริลต้องเผื่อให้ฟังว่าแฟนของเธอเคยสัญญาว่าจะพาเธอไปฉลองแต่เขาก็กลับไม่ว่างพระเอก

รู้สึกเห็นใจจึงบอกจะพาเธอไปฉลองวันเกิดเองรับ April ได้ทีก็ชวนพระเอกไปในที่ที่นึงมันเป็นเหมือนร้านอาหารบนดาดฟ้าเล่าเรื่องราวของ MV ให้เอพริลฟังและได้เผยว่าเขากำลังจะขอเอมี่แต่งงานไม่นานเองไม่ได้จะมาหาเขาที่นิวยอร์คเขาจะหมอยังไม่ได้แต่งงานเลยเห็นตัวเองดูไม่มีความมั่นใจ

ที่จะขอสาวแต่งงานเธอเลยได้เสนอตัวกลับมาเองว่าซ้อมแต่งงานกับเธอก่อนก็ได้ งานครับตอนแรกก็ขอแบบแข็งทื่อๆจน April บอกว่าให้เขาขอจากใจของเขาจริงๆสิแสดงความรักที่เขามีต่อเธอออกมาพระเอกถึงได้ซ้อมขอแต่งงานรอบ 2 โดยเผยความรู้สึกจริงๆที่เขามีต่อเองไม่ได้ออกมาแล้วบอกว่า

เขาอยากจะตื่นขึ้นมาทุกวันแล้วเจอหน้าเธอ April ที่สวมบทเป็นไอ้นี่อยู่นั้นเธอถึงกับเคลิ้มกับคำพูดของพระเอกแต่เหมือนว่าตัวเองเป็นหญิงสาวที่ชื่อยังไม่ได้จริงๆหลังจากนั้นครูคุยกันอย่างสนุกสนานในเรื่องต่างๆให้กันและกันฟังออกเดินทางไปค้นหาสิ่งใหม่ๆแนะนำว่าควรจะเลิกกับไอ้หมอนั่นซะ

เพราะเธอดีเกินกว่าจะคบคนแบบนั้น April เธอมองหน้าพระเอกแล้วบอกว่ามันดีจังเลยที่เราคุยกันแบบเพื่อนออกอย่างนี้ไม่ต้องห่วงว่าจะมาจีบกันหรืออะไรแต่ทันใดนั้นเองทั้งคู่กับการ์ตูนจูบกันได้อย่างนั้นเลยครับถวายพระเอกก็เหมือนนึกขึ้นได้ก็เลยประตูออกมาและขอตัวกลับห้องไปครับเดี๋ยวเขามาถึงที่แล้วตอนนี้มันก็เช้าแล้วครับเรื่องแต่งงานจากนั้น เขายืนขึ้นสนใจเขาจะพูดได้ขอเธอแต่งงาน



13
ห้องนั่งเล่น / 7 สุดยอดนักเทควันโดหญิง
« กระทู้ล่าสุด โดย monaliza เมื่อ ธันวาคม 07, 2020, 09:21:07 PM »
7 สุดยอดนักเทควันโดหญิงในตำนานทีมชาติไทย

ต้องยอมรับว่านักกีฬาทีมชาติไทยส่วนมาก มักจะเป็นเด็กในโซนเมืองหลวงส่วนมาก  เนื่องจากการซ้อม  โปรแกรมต่างๆ  ยังต้องซ้อมอยู่ที่กรุงเทพมหานคร  เพื่อสะดวกต่อการไปกลับในแต่ละสถานที่ ไม่ว่าจะเรียน กลับบ้าน ไปซ้อม ซึ่งกว่าจะถึงจุดนี้มันไม่ง่ายเลยที่จะยืนอยู่ในจุดสูงสุดได้ ในบทความนี้จะเป็นบทความสุดยอดจอมเตะหญิงทีมชาติที่สร้างชื่อเสียง  ทำให้วงการเทควันโดกลับมากระหึ่มอีกครั้ง

1.วิว  เยาวภา  บุรพลชัย  :  ถึงแม้จะเป็นคุณแม่ลูก 4 พ่วงกับอายุอานามเข้าปีที่ 36  แล้วก็ตาม  แต่ก็เป็นอีกคนที่กาลเวลาทำอะไรกับความหน้าเด็กไม่ลงจริงๆ  ซึ่งเธอเองเริ่มเล่นตอนอายุ 15 ปี  มีผลงานแรกจากการคว้าเหรียญเงินรายการเอเชียนเกมส์ “Busan 2002”

ที่ประเทศเกาหลีใต้  เหรียญทองซีเกมส์ “Vietnam 2003” เหรียญเงินกีฬามหาวิทยาลัยโลก Universiade 2005 ที่ประเทศตุรกี  แต่ผลงานที่กระหึ่มที่สุดจากการประเดิมเหรียญแรกในโอลิมปิก  จากการได้เหรียญทองแดงโอลิมปิกเกมส์ “Athens 2004” ที่กรุงเอเธนส์  ประเทศกรีซ ในรุ่น 47-51 กิโลกรัมหญิงอีกด้วย

2.สอง  บุตรี  เผือดผ่อง  :  ต้องบอกก่อนว่าก่อนจะเข้ามาเล่นเทควันโด  เธอมีโรคประจำตัวคือโรคหอๅๅๅบหืดมาก่อน  แต่หายได้จากการเล่นกีฬาจริงๆ  อีกทั้งเธอได้รับแรงบันดาลใจจากพี่สาวของเธอที่เป็นนักเทควันโดทีมชาติเช่นกัน  ซึ่งเธอเริ่มเล่นตั้งแต่อายุ 11 ปี 

ผลงานของเธอสร้างชื่อเสียงมาหลายรายการระดับเยาวชนในบ้านเราจนเรียกเธอว่า “จอมเตะไร้พ่าย”  ผลงานที่เป็นที่ประจักษ์จากการคว้าเหรียญทองในรายการซีเกมส์ “Nakhon Ratchasima 2007”  ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ  และการคว้าเหรียญเงินจากการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ “Beijing 2008” กรุงปักกิ่ง  ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ในรุ่น 49 กิโลกรัมหญิง ทำให้วงการเทควันโดยกมาตรฐานการกีฬาสูงขึ้นอีกครั้งจากการคว้าเหรียญรางวัลเพิ่มให้กับประเทศไทยอีกด้วย  ปัจตุบันได้แต่งงานกับเป็นเอก  การะเกตุ  นักเทควันโดทีมชาติไทยเช่นเดียวกัน

3.จูน  วรวงษ์  พงษ์พานิช  :  เรียกได้ว่าเป็นอีกจอมเตะที่เป็นจอมเตะสู้ชีวิต  มุมานะตั้งแต่อายุน้อยอย่างมาก  เธอเล่นตั้งแต่อายุ  4  ขวบ  เป็นนักกีฬาหญิงจากสุราษฎร์ธานี  จึงค่อนข้างไปมาลำบากพอสมควรเวลาไปกลับ  ทั้งเรียน  ทั้งซ้อม  เป็นนักกีฬาอีกคนที่

สร้างผลงานในระดับเยาวชน  ถึงแม้ว่าเธอไม่ได้คว้าเหรียญรางวัลในโอลิมปิกผู้ใหญ่เหมือนคนอื่นๆ  แต่เธอคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์ในโอลิมปิกเยาวชน (Youth Olympics Games)  จากยูธโอลิมปิกเกมส์  ครั้งที่ 1 “Singapore 2010” ในรุ่น 49 กิโลกรัมหญิง  เธอจึงเป็นคนแรกที่ปลดล็อกผลงานเหรียญรางวัลได้เป็นคนแรกในรายการนี้

4.จูน  รังสิญา  นิสัยสม  :  ถ้าเรียก “จูนเล็ก” ต้องนึกถึง  “จูน  วรวงษ์”  แต่ถ้า  “จูน  รังสิญา” ต้องเรียกว่า  “จูนใหญ่”  เนื่องจากทั้งสองติดทีมชาติ  ซ้อมมาด้วยกัน  และดังตีคู่กันมาก  ต้องบอกก่อนว่าเป็นนักกีฬาอีกคนที่เจ็บมาเยอะจากการแข่งขันพอสมควร

ลบคำสบประมาท  คำดูถูกด้วยฝีมือและความสามารถที่แท้จริง  จากการคว้าเหรียญทองเหรียญแรกในประวัติศาสตร์จากการแข่งขันเทควันโดชิงแชมป์โลกปี 2011 ที่เมืองกวังจู  ประเทศเกาหลีใต้  ในรุ่น 62  กิโลกรัมหญิง  ด้วยวัยเพียง 17 ปีเท่านั้น  นับตั้งแต่ส่งแข่งขันชิงแชมป์โลกในรอบ 32 ปี  ปัจจุบันเปิดยิมของตนเองชื่อว่า Rangsiya Gym ที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

5.หยิน  สริตา  ผ่องศรี  :  เป็นอีกหนึ่งนักกีฬาหญิงที่ปลดล็อกจากการคว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ “Guangzhou 2010” ที่นครกวางโจว  ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน  เจ้าของแชมป์ซีเกมส์ 3 สมัย (ปี 2009, 2011 และ 2013)  และเหรียญเงินจากการแข่งขัน

เทควันโดชิงแชมป์โลก 2009 กรุงโคเปนเฮเกน  ประเทศเดนมาร์ก  ในรุ่น 53 กิโลกรัมหญิงเช่นกัน  เธอเริ่มเล่นตั้งแต่อายุ 6 ขวบ  และสร้างผลงานในระดับเยาวชนมาหลายรายการ  เรียกได้ว่ากวาดทุกแมทช์ที่ส่งไปก็ว่าได้  กว่าเธอจะเป็นอีกตำนาน  เธอเคยได้รับการผ่าตัดเอ็นไขว้หน้าที่เข่าข้างขวา แล้วต้องพักฟื้นเป็นเวลายาวนานกว่าจะกลับมาซ้อมได้  และไม่มีผลงานระดับเยาวชนในระดับนานาชาติ  เธอจึงเป็นจอมเตะม้ามืด

และติดในชุดใหญ่ 3 ครั้ง  แต่เธอก็ทำผลงานกลับมาทุกครั้ง  แม้ว่าจะเลิกเล่นไปแล้ว  ปัจจุบันเป็นโค้ชให้ทีมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่เคยจบการศึกษา  และดูแลทีมนี้อย่างต่อเนื่อง

6.เล็ก  ชนาธิป  ซ้อนขำ  :  เป็นคนจังหวัดพัทลุง  และเป็นน้องเล็กสมชื่อของบ้าน  ต้องยอมรับว่าไปไหนมาไหน  คนนี้หัวกระไดไม่เคยแห้ง  เพราะเป็นนักกีฬาหญิงที่มีเสน่ห์มากจากรายการ “ใครคือใคร Identity 2015”  แต่เธอก็เป็นนักกีฬาหญิงที่ฝีมือดีมากอีกคนหนึ่งที่ควรเป็นตำนาน

เพราะว่าเธอมีผลงานระดับเยาวชนในเวทีนานาชาติเยอะมาก  เคยคว้าเหรียญทองแดงจากการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2010 (ปีเดียวกันที่หยิน  สริตาคว้าเหรียญทอง) เหรียญทองแดงจากการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ “London 2012”, เหรียญทองจากเทควันโดชิงแชมป์โลก 2013

ที่เมืองพูเอบลา  ประเทศเม็กซิโก, เหรียญทองจากการแข่งขันเอเชียนเกมส์ “Incheon 2014” ที่เมืองอินชอน  ประเทศเกาหลีใต้  ในรุ่น 49 กิโลกรัมหญิง  และยังคว้าเหรียญทองแดงจากกีฬามหาวิทยาลัยโลก “Universiade 2009” ที่เมืองเบลเกรด 

ประเทศเซอร์เบีย  กับเหรียญทองกีฬามหาวิทยาลัยโลก “Universiade 2015” ที่เมืองกวังจู  ประเทศเกาหลีใต้  นอกจากนี้ยังได้เหรียญรางวัลในรายการ World Grand Prix เพื่อเก็บคะแนนสะสมอันดับโลก และเธอยังติด 1 ใน  5 ของโลกอีกด้วย

7.เทนนิส  พาณิภัค  วงศ์พัฒนกิจ  :  จากดีกรีเหรียญทองโอลิมปิกเยาวชน “Nanking 2014” เมือนนานกิง  ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นตัวยืนยันว่าเธอคือตัวเต็งแชมป์โอลิมปิก (เธอกวาดเหรียญทองเทควันโดชิงแชมป์โลก 2 สมัย  และกีฬามหาวิทยาลัยโลก 2 ปีซ้อน) แล้ว

เป็นอีกจอมเตะที่สร้างตำนานไร้พ่ายและเป็นอันดับ 1 ของโลกจากการจัดอันดับ World Ranking ที่สามารถเอาชนะตัวเต็งอย่าง Wu Jing Yu จากจีนในการแข่งขัน Wuxi Grandslam ล่าสุด โดยปกติแล้วเป็นนักกีฬาหญิงที่น้อยคนนักที่จะได้ไปโอลิมปิกครั้งที่ 2 ของตนเอง 

หรือไปไม่ถึงฝันที่จะแก้มือเนื่องจากการบาดเจ็บ  แต่เธอเป็นคนเดียวที่สามารถไปโอลิมปิกถึง 2 ครั้ง (โอลิมปิกเกมส์ “Rio 2016” และได้โควตาไปโอลิมปิกเกมส์ “Tokyo 2020” ด้วย) ซึ่งเป็นนักกีฬาความหวังของประเทศไทยอีกคนที่ใครๆ อยากเห็นเธอขึ้นแท่นรับเหรียญทองจากโอลิมปิกครั้งที่ 2 อย่างมาก  จุดเด่นของเธอคือรูปร่างสูงโปร่ง  ไหวพริบดี  บวกกับแก้เกมตามที่โค้ชเชแนะนำได้ดีเยี่ยม  เธอจึงเป็นนักกีฬาที่ใครๆ  หลายคนทั่วโลกประมาทเธอไม่ได้เลยทีเดียว



14
ห้องนั่งเล่น / นางเอกที่ต้องสวมหน้ากาก
« กระทู้ล่าสุด โดย monaliza เมื่อ ธันวาคม 03, 2020, 06:59:40 PM »
นางเอกที่ต้องสวมหน้ากาก

ครั้งหนึ่งฉันได้ยินประกาศรับสมัครนักแสดงพวกเขากำลังมองหานักแสดงสำหรับวีดีโอที่เกี่ยวกับการปรับตัวเข้าสังคมที่จะเป็นบทสมทบแต่คนเราก็ต้องเริ่มจากทุกที่แหละนะฉันมุ่งมั่นมากถึงแม้ว่าจะเพิ่งมาเห็นโฆษณาก็เถอะเพราะว่าทางนั้นขอมาแค่อย่างเดียวในวันคัดเลือกทุกคนจะต้องมีผิวแพ้

เหมือนกับว่าเกิดและโตมาในไมอามี่แน่นอนฉันไม่ไปร้านทำผิวแทนทันทีฉันขาวซีดแต่ไม่ชอบใช้หาดไม่ต้องแก้บิลให้ได้อย่างรวดเร็วเหลืออีกแค่ไม่กี่ชั่วโมงไม่ถึงว่าได้ซ้ำมีโอกาสสูงมากที่หลังจะทำครั้งแรกผิวจะไม่ค่อยแคร์เท่าไหร่แล้วเพื่อที่จะได้เห็นสีแทนมากขึ้นฉันก็หาวิธีเพิ่มครีมกันแดด

และคำแนะนำเขียนเอาไว้ว่าจะต้องทำหลายๆครั้งเพื่อให้ได้ผิวแทนเนียนเท่ากันแต่มันเป็นไปไม่ได้เลยจะเริ่มการคัดตัวภายในอีกไม่กี่ชั่วโมงแล้วงั้นฉันก็มั่นใจได้ว่าการทำผิวแทนหลายๆรอบนั้นอาจเป็นอันตรายสำหรับคนผิวขาวและแพ้ง่ายมันน่ากลัวนิดแหละพูดตรงๆนะถ้าผิวแพ้ง่าย

มากหิวฉันไม่ได้แสงอาทิตย์ทันทีเลยมือของฉันเองก็เริ่มจะลอกออกมาจากเครื่องเป่าแต่ฉันจะไม่ยอมแพ้หรอกความฝันของฉันมีค่ามากกว่าปัญหาพวกนี้ฉันจึงจำเป็นต้องไว้ถ้าก็ใช้เป็นนักแสดงนี่นะและพูดว่าฉันรู้จักตัวเองดีและรู้ดีว่าควรทำยังไงกับมันพวกเขาเชื่อฉันได้แต่เพราะพวกเรา

เขียนกันมานานเกินไปเวลามีไม่พอแล้วคุณเคยรู้สึกเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างพากันมาขัดขวางคุณไม่ให้ไปทันเวลาไหม สถานที่คัดตัวทันทีเหลือตามองนาฬิกาอยู่ตัวเองเป็นระยะเวลาแบบนี้ด้วยตอนที่ฉันกำลังรีบๆเลยแค่นี้ไม่พอมันร้อนมากๆอีกด้วยถ้าฉันไม่รีบเกินไปแล้วก็ฉันคงโดนแย่งไปแล้ว

ไม่ต้องขึ้นร้านทำผิวแทนด้วยฉันหายใจไม่ออกเลยโดยเฉพาะในรถแล้วจากนั้นไม่รู้เพราะความแห้งหรือเพราะความเครียดร่างกายของฉันเริ่มคลานขึ้นมาอย่างหนักตอนแรกนึกว่าครีมกันแดดที่มีกรดฟอร์มิกกำลังทำปฏิกิริยาและฉันแค่ต้องการอาการคันเอาไว้แต่มันยิ่งยากขึ้นเรื่อยๆ

ถ่ายที่สุดฉันทนไม่ไหวอีกต่อไปและก้าวหน้าตัวเองทันใดนั้นฉันก็รู้สึกถึงบางอย่างได้และของฉันฉันมองมันใกล้ๆและเห็นว่ามันคือผิวตัวเองหิวก็ตัวใต้และของฉันขณะเดียวกันนั้นฉันก็มีรอยดังฉันเอากระจกออกมาแล้วหัวใจก็เกิดอยู่แต่ด้วยความกลัวฉันดูเหมือนกันเลยฉันเลยไม่ต้องพูด

ถึงขั้นตัวแล้วต้องการคนหน้าตาแบบนี้ขอบคุณพระเจ้าที่จะเอากระเป๋าแต่งหน้ามาด้วยฉันปกปิดบนใบหน้าได้ทนอีกอย่างระมัดระวังแต่รถยังไม่ขยับสักทีจากนั้นเพื่อนของฉันเค้กก็โทรมาจากที่คัดตัวและบอกว่าพวกเขากำลังจะเริ่มแล้วและฉันต้องรีบมาทันทีความรู้สึกสิ้นหวังกำลัง

ครอบงำในหัวฉันไม่มีทางเลือกนอกจากจะออกมาจากแท็กซี่ไปตามฝันของฉันจะพลาดโอกาสนี้ไปไม่ได้ฉันมาถึงจนได้แต่การคัดตัวจบลงแล้วและทุกคนกำลังกลับบ้านทันใดนั้นผู้กำกับก็ได้มาหาฉันเลยถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับหน้าของฉันฉันอธิบายให้เขาฟังทั้งน้ำตาและขอโอกาส

อีกครั้งหนึ่งฉันจะทนทรมานเพราะทุกคนแล้วไม่มีโอกาสเหลือแล้วงั้นเขาก็แนะนำขึ้นมาทันทีให้ฉันรอไปคัดตัวนักแสดงหลักหรือว่าฉันมีปัญหาผิวตอนนี้และตามในบทนางเอกมีปัญหากับใบหน้าของเธอเธอต้องใส่หน้ากากกระดาษแข็งฉันไม่เคยได้ยินเรื่องตลกที่อยากทำแบบนี้
มาก่อนเลยอีกนิดนึงเขาเสนอให้ฉันเอาแพ็คเกจมาครอบหัวแล้วตอนเย็นวันนั้นแกโทรมาเธอไม่ผ่านการคัดตัวเหมือนกันแต่อาการจะหนักขึ้นฉันจะระเบิดน้ำตาออกมาแล้วบอกเธอทุกอย่างว่าผิวชั้นนอกออกมายังไง น่าจะเจ็บแค่ไหนพูดฉันไม่รู้ว่าตัวเองจะได้บวชใหม่เมื่อไหร่แล้ว

เรื่องที่ผู้กำกับล้อเลียนฉันฉันบอกให้ฉันเลิกทำตัวบ้าแล้วไปคัดตัวซะอ่านบทบาทไม่เหมือนฉันดูเหมือนผู้กำกับจะพูดเรื่องจริงเธอเล่าทุกอย่างที่เธอรู้มาเกี่ยวกับตัวละครหลักหนังสยองขวัญไม่ใช่บทมันฉันกลัวว่าฉันจะเป็นโรคร้ายแรงด้วยถ้าจะเป็นคนพิการล่ะถ้าเกิดมันไม่มี

วันหายและฉันไม่มีวันเป็นนักแสดงได้อีกแล้วหรือหลังจากบอกลาเพื่อนตายฉันก็รักตัวเองไปห้องน้ำให้ทำความสะอาด เลยอากาศแย่ยิ่งกว่านี้ตอนเช้าอีกแถมเร็วมากด้วยฉันอารมณ์เสียแล้วฉันกลัวได้ล่ะถ้าหัวคัดตัวสิฉันรีบไปหาหมอท่านที่คุณเคยรู้สึกเหมือนปัญหาทุกอย่างหายไป

โดยสิ้นเชิงเพราะบางอย่างที่แย่กว่าเกิดขึ้นไหมนี่ก็ตอนนั้นแหละกลัวจะไม่ทันคิดว่าผู้คนบนถนนจะมองเห็นได้ไงคุณหมอทำให้ฉันใจเย็นลงนี่ไม่ใช่อุบัติเหตุแต่ฉันทำหน้าของตัวเองไม่ไปแล้วจะต้องได้รับการรักษาเป็นเวลานานทีเดียวจะได้รายชื่อยาวของยามาและถูกห้ามไม่ให้

จับหน้าตัวเองมันยังไม่อยู่และหลังจากทาครีมแล้วมันก็ยิ่งแย่กว่าเดิมฉันคงจะเป็นบ้าไปก่อนจะรักษาหายแน่ๆฉันเอากระดาษแข็งมาระบายสีเล่นเพื่อทำให้หายฟุ้งซ่านศิลปะช่วยฟื้นฟูจิตใจได้ใช่ไหมฉันสงสัยว่าฉันจะเอามันไปทำอะไรได้บ้างแล้วจำคำพูดของผู้กำกับได้ฉันจะหน้า

ตาออกมาแล้วหัวเราะอย่างบ้าคลั่งเขตและให้ฉันไปคัดตัวครั้งต่อไปหลังจากเห็นรูปที่ฉันส่งไปแน่นอนว่าฉันแค่พูดตลกไปงั้นฉันก็สงสัยว่าฉันอยากไปหรือเปล่านะในขณะเดียวกันมันก็เป็นโอกาสที่จะได้บ่นหลักด้วยตัวเองในกระจกกล้องด้วยแล้วก็คงตัวใหม่ด้วยความอับอาย

Ok Google รูปคนที่มีปัญหาผิวฉันจะให้พูดว่าฉันชอบคุณจะน้อยไปถ้าฉันเจ็บปวดถึงขนาดห้องตัวเองไม่ได้แล้วพวกเขาน่าจะรู้สึกยังไงพวกเขาใช้ชีวิตกับมันมาตลอดคิดว่าพวกมันจะชี้มาที่ฉันจะภายในเดือนเดียวฉันก็จะลืมมาในขณะที่พวกเขาต้องทนอยู่กับมันบางคนตั้งแต่เด็ก

เลยพวกเขาไปโรงเรียนยังไงนะพวกเด็กๆใจร้ายกันออกอันนั้นฉันก็รู้ตัวว่าฉันอยากไปอยู่ในวีดีโอนี้จะต้องมีคนเล่าเรื่องแบบนี้แล้วในเมื่อฉันโดนเรียกไปแล้วฉันก็ต้องพยายามมีส่วนร่วมด้วยฉันมาคัดตัวแทนหน้ากากกระดาษแข็งที่สวนมาทุกคนมองมาที่ฉันและหัวเราะจริงๆ

แต่ไม่ใช่เพราะว่าฉันเป็นตัวประหลาดแบบง่ายกว่ากันเยอะหนังที่นางเอกในเรื่องอาจจะรู้สึกแบบเดียวกันเลยสวมหน้ากากโง่นี่ก็ได้นะแน่นอนว่าระหว่างทดสอบเสร็จก็ต้องถอดหน้ากากออกผู้กำกับถึงกับช็อปแต่ไม่ได้แย่ขนาดนี้เมื่อวานนี้นะฉันทุ่มสุดตัวเลยก็ได้กดเงินมา

ฉันอยากจะคิดจริงๆว่ามันไม่ใช่แค่หัวหน้าของฉันแต่เป็นเพราะความพยายามของฉันด้วยฉันดีใจกับตัวเองเอามากๆและได้ยินผู้กำกับคุยกับช่างแต่งหน้าด้วยที่พวกเขาไม่ต้องแต่งหน้าฉันแล้วยุ่งยากน้อยลงสินะอยากขายอะไรอย่างนี้ฉันรู้สึกมันตัวเหลืองอีกแล้ว

ฉันตัดสินใจเดินไปกดน้ำดื่มเพื่อให้ตัวเองใจเย็นลงพยายามคิดถึงตัวนางเอกไว้ถ้าใช้ชีวิตกับเรื่องตลกพรุ่งนี้มาทั้งชีวิตเธอภูมิใจในตัวเองและอาหารฉันเองก็ทำได้เหมือนกัน




15
ห้องนั่งเล่น / ความตั้งใจในการใช้ชีวิต
« กระทู้ล่าสุด โดย monaliza เมื่อ พฤศจิกายน 27, 2020, 06:51:15 PM »
ความตั้งใจในการใช้ชีวิตนับตั้งแต่วันนี้

เรื่องที่จะเขียนต่อไปนี้คือความคิดส่วนตัวถึงความตั้งใจของผมในการใช้ชีวิตในช่วงเวลาต่อจากนี้เป็นต้นไป เนื่องจากอีกไม่ถึงปีผมก็จะมีอายุครบหกสิบปีแล้ว ด้วยความจำเป็นจึงต้องกลับมาใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพมหานครอีกครั้งเหมือนในอดีตตั้งแต่เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

โดยครั้งนี้ต้องมาตั้งต้นเริ่มนับหนึ่งใหม่ในชีวิตและจะต้องหางานทำในวัยใก้ลหกสิบเพื่อเลี้ยงชีวิตตนเองคนเดียวผมเองเหลือตัวคนเดียวจริงๆ ผมเคยมีภรรยาแต่เราก็เลิกกันไปแล้ว ผมไม่มีทายาท ญาติพี่น้องของผมส่วนใหญ่เสียชีวิตไปหมดแล้วส่วนคนที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ไม่ได้ติดต่อกัน

แม้ว่าผมต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้ผมตั้งสติได้และปล่อยวางไปหมดแล้วกับความพลาดพลั้งความสูญเสียในสิ่งต่างๆในชีวิตที่ผ่านมา เพราะหากผมยังเก็บสิ่งต่างๆ ไว้กับชีวิตผมจะไม่มีวันก้าวเดินต่อไปอย่างเป็นอิสระ ผมไม่สามารถกลับไปแก้ไขอดีตของผมและผมเหนื่อยมากกับชีวิตที่ผ่านมา ผมจึงต้องขอพักจิตใจสักพักแล้วค่อยๆเริ่มต้นชีวิตใหม่โดยขอทิ้งสิ่งเก่าๆออกไป ในเมื่อผมไม่มีใครอยู่เคียงข้างผมก็ต้องให้กำลังใจตัวเองได้ เพราะกำลังใจเป็นสิ่งที่สำคัญมากในชีวิต

ผมขอยอมรับความจริงกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นและขอใช้วันเวลาที่เหลืออยู่ในชีวิตให้มีคุณค่ามากที่สุด ผมจะมีสติรู้ตัวอยู่ตลอดเวลารู้กายรู้ใจตัวเองมีความเข็มแข็งในชีวิต และต้องรู้จักเมตตาตนเองและผู้อื่น ต้องไม่ดูถูกตนเองและผู้อื่น ต้องไม่โกธรเกลียดตนเองไม่โกธรเกลียดผู้อื่น

ผมจะละทิ้งความเป็นตัวตนให้มากที่สุด ให้ความจริงใจให้มากที่สุด ใช้วาจาที่ดีต่อผู้อื่นจะไม่ทำร้ายใครด้วยคำพูด      ผมจะประกอบอาชีพที่เป็นสัมมาอาชีวะเพื่อสร้างงานที่ทำให้เกิดประโยชน์แก่โลกนี้มากที่สุด

ผมจะรักษาสุขภาพร่างกายให้ดีที่สุดโดยละเลิกสิ่งเสพติดทุกชนิดที่ให้โทษต่อร่างกาย ผมจะออกกำลังกายโดยวิธีที่เหมาะกับวัยของผม ผู้ใดที่มีบุญคุณกับผม ผมจะต้องไม่ลืมบุญคุณของเขา ผมจะรักษาคำพูด ผมจะรักษากายวาจาใจให้บริสุทธิ์ ผมจะเสพสื่อต่างๆ

ให้พอเหมาะเพื่อให้รู้สถานะการณ์บ้านเมืองและตามทันเทคโนโลยี ผมจะใช้เวลาเรียนรู้สิ่งต่างๆที่มีคุณค่ากับชีวิต ผมจะให้เวลากับการปฏิบัติธรรมและการภาวนา ผมไม่เสียเวลาในชีวิตไปกับความโลภ ความโกธร ความหลง เพราะผมเหลือเวลาอีกไม่มากในชีวิต ผมจะใช้เวลาทุกวินาทีในชีวิตให้มีคุณค่ามากที่สุด

ผมจะสะสมทรัพย์สมบัติทางโลกแค่เพียงพอดีให้เลี้ยงชีวิตได้ แต่จะสะสมอริยทรัพย์ไว้ให้มากเพื่อเป็นต้นทุนเอาไว้สำหรับโลกหน้า ผมจะใช้เวลาแต่ละวินาทีให้มีคุณค่าใช้เวลาไปกับการทำความดี

ผมจะใช้ชีวิตอย่างมีระเบียบที่สุดโดยไม่ประมาท ผมจะระลึกถึงความตายเสมอและจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างไม่ประมาท เมื่อถึงเวลาที่จะต้องไปจากโลกนี้ผมก็จะไม่ยึดติดอะไรและพร้อมที่จะไปทันทีโดยไม่เสียดายหรือเป็นห่วงหวงแหนอะไรอีก ช่วงเวลาที่ยังมีลมหายใจอยู่

ผมจะคิดถึงบุญคุณของโลกนี้ที่ให้โอกาสผมได้เกิดมามีชีวิต มีอากาศบริสุทธิ์ให้หายใจ มีธรรมชาติสวยงามให้ผมชื่นชม ผมจึงต้องทดแทนบุญคุณของโลกนี้และดูแลรักษาโลกนี้โดยไม่คิดถึงแค่ตัวเอง แต่ละวินาทีของชีวิตผมจะมีสติและจะไม่ตกเป็นเหยื่อของความทุกข์

ทุกสิ่งที่เข้ามาในชีวิตไม่ว่าจะดีหรือร้ายคือโอกาสที่ผมจะได้เรียนรู้ เมื่อความโกธร ความเศร้าหรือความทุกข์มากระทบจิตมันทำให้ผมมีโอกาสเรียนรู้เมื่อผมได้เรียนรู้บ่อยๆผมจะรู้ทันสิ่งเหล่านี้ ดังนั้นผมจะใช้ชีวิตตามปกติทุกวินาทีด้วยความมีสติและเรียนรู้จากทุกๆอารมณ์ที่เกิดกับจิตหรือมากระทบจิตนี่คือการปฏิบัติภาวนาหรือการใช้ชีวิตด้วยการเจริญสติอยู่ตลอดเวลา มีสติระลึกรู้ด้วยความไม่ประมาทในทุกอิริยาบทของการใช้ชีวิต

ทุกสิ่งที่กล่าวมาคือวิถีทางที่ผมตั้งใจไว้ว่าจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร ผมเชื่อว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปผมน่าจะมีชีวิตที่สงบเย็นขึ้นและไม่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับไฟร้อนที่สุมอยู่ข้างๆอย่างตลอดหลายปีที่ผ่านมา ต่อไปนี้ผมคงจะหมดเคราะห์หมดกรรมกับคนรอบข้างและสภาพแวดล้อม

เดิมๆเสียทีเพราะผมได้ออกมาจากปลักตมของความสกปรกและความเสี่ยงที่จะถูกกระทำร้ายจากคนที่มีความประสงค์ร้ายแล้ว ผมจึงมีโอกาสได้ตั้งต้นชีวิตใหม่ได้ตั้งสติและทำจิตใจให้มั่นคงและมีความพร้อมที่จะใช้ชีวิตตามวิถีทางที่ตั้งใจไว้เสียที เงื่อนไขในชีวิต

ที่ผ่านมาทำให้ผมยังไม่พร้อมที่จะหนีออกมาจากตรงนั้น แต่การถูกธนาคารยึดบ้านทำให้ผมไม่มีทางเลือกอื่น ผมจำเป็นต้องย้ายมาอยู่กรุงเทพฯในวันนี้ หากมองในแง่ดีมันก็เหมือนกับการพลิกวิกฤตในชีวิตให้เป็นโอกาส หากไม่มีเหตุการณ์นี้ผมคงต้องติดอยู่ที่เดิมต่อไป

ผมจึงรู้สึกสบายใจที่เหตุการณ์ต่างๆมันได้เกิดขึ้นและผ่านมาได้จนถึงวันนี้และเป็นโอกาสให้ผมตั้งต้นชีวิตใหม่และมีโอกาสได้ปฏิบัติธรรมและเจริญสติอย่างเป็นอิสระเสียที
ไม่ว่าใครก็ตามที่เคยกระทำสิ่งที่ร้ายๆกับชีวิตของผมตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมาผมได้อโหสิกรรมให้หมดแล้ว

และตั้งใจที่จะแผ่เมตตาให้กับพวกเขาอีกด้วย และผมยังนึกขอบคุณในสิ่งที่พวกเขาได้กระทำต่อผมทำให้ผมได้เรียนรู้ชีวิตและมีความเข้มแข็งในชีวิตมากขึ้นในวันนี้ และเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผมหันมาศึกษาและปฏิบัติธรรมจนคิดหาหนทางที่จะมีวิถีชีวิตต่อไปอย่างไรได้

สิ่งที่ผมเล่ามาทั้งหมดคือความตั้งใจที่จะแบ่งปันเรื่องความผิดพลาดในชีวิตและความตั้งใจในการใช้ชีวิตต่อไปของผม เพื่อเป็นแนวคิดให้ท่านทั้งหลายได้นำไปพิจารณาเผื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อแนวทางในการใช้ชีวิตของท่านบ้างไม่มากก็น้อย



16
ห้องนั่งเล่น / เว็บกีฬาออนไลน์ที่มีคุณภาพ
« กระทู้ล่าสุด โดย monaliza เมื่อ พฤศจิกายน 19, 2020, 07:38:18 PM »
เว็บกีฬาออนไลน์ที่ทรงคุณภาพมากที่สุด จะต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้างในการบริการ


คำว่าเว็บที่ส่งคุณภาพทางการกีฬา จะต้องเป็นเว็บที่ครอบคลุมหลายๆอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความนิยม หรือกิจกรรมที่มีของทางการใช้งาน และแม้แต่ตัวบทกีฬาหรือตัวบทของทางเว็บ ที่ถูกนำมาให้พัฒนาเป็นสิ่งที่ทันสมัย และเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ต่อการใช้งานของทางลูกค้า เพื่อให้ตอบเกี่ยวกับความต้องการของสมาชิกด้วย

กว่าจะเป็นเว็บที่มีชื่อเสียงได้รับความนิยม เป็นเว็บทรงคุณภาพก็ต้องผ่านร้อนผ่านหนาวมาไม่มากก็น้อย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการให้บริการ หรือการรับข้อมูลข่าวสารในการติชมต่างๆ ของเว็บที่ดีที่สุดเป็นสิ่งที่ไม่ได้มาง่ายๆ แต่การยืนหยัดอยู่ในวงการนี้อย่างมายาวนานก็ จะทำให้รู้สึกว่าเว็บนี้เป็นสิ่งสำคัญ

และเป็นเว็บที่ดีผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชน วันนี้จะมาแนะนำเว็บกีฬาออนไลน์ที่น่าสนใจ และเป็นเว็บที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด จะต้องมีคุณสมบัติแบบใด เพื่อให้ตอบเกี่ยวกับความต้องการของลูกค้าบ้าง และต้องมีลักษณะแบบใด เพื่อที่ลูกค้าจะได้สนใจเข้ามาใช้งานในบริการนี้

1. มีการจดสิทธิบัตรอย่างถูกต้องในวงการ เพราะว่าการใช้งานในส่วนของเว็บกีฬาออนไลน์ จะต้องมีการตรวจสอบและน่าเชื่อถือได้ในส่วนนี้ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการจดสิทธิบัตร เป็นสิ่งที่แรกที่ต้องตรวจสอบได้เช่นกัน เพราะในหลักสากลของทางเว็บกีฬาต่างชาตินั้นเอง ก็ทำรูปแบบเดียวกัน เป็นแพทเทิร์นเดียวกันมาแล้วด้วย

ฉะนั้นหากเราจะเป็นเว็บกีฬาที่ดีที่สุด และทรงคุณภาพที่เหมาะกับความต้องการของลูกค้า ในส่วนบริการต่างๆที่ทางเว็บกีฬาออนไลน์นั้นสามารถจะมอบให้ได้ ทางลูกค้าเองก็ต้องตรวจสอบด้วย ว่าเว็บมีการจดสิทธิบัตรเช่นเดียวกับเว็บกีฬาออนไลน์ต่างประเทศแล้วหรือยัง แต่ด้วยความที่เป็นเว็บกีฬาชั้นนำตอนนี้

จะมีการจดรูปแบบนี้กันแล้วเกือบทุกเว็บ แต่เป็นการตรวจสอบของทางลูกค้าที่เหมาะสมอีกครั้งหนึ่ง ว่าการใช้งานของพี่ส่งคุณภาพ ควรเริ่มต้นจากการตรวจสอบ เจ้าตัวหลักฐานสิทธิบัตรของการใช้งานเว็บกีฬาออนไลน์แบบถูกต้องนั่นเอง ด้วยการตรวจสอบผ่านหน้าเว็บได้เลย

2. มีกีฬาให้เลือกใช้งานอย่างมากมายหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของกีฬาฟุตบอลบาสเกตบอลหรือแม้แต่มวย และอาจจะเป็นในส่วนของกีฬาที่เข้ามาได้รับความนิยมอย่างใหม่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกีฬามอเตอร์ไซค์จักรยานทางไกลหรือว่ายน้ำ กีฬาทุกประเภทเป็นสิ่งที่เหมาะสมกับการใช้งานมากน้อยแค่ไหนต้องตรวจสอบได้

และสามารถเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า ได้เลือกการใช้งานจากเว็บกีฬาออนไลน์ที่มีชื่อเสียงและส่งคุณภาพ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการ ที่ลูกค้าต้องการใช้งานในส่วนบริการนี้ การมีสิ่งหลักหลายในส่วนของการใช้งานของทางกีฬา ไม่ได้เปลี่ยนเพียงแค่ทางเลือกที่สำคัญที่ให้ลูกค้าเข้ามาใช้งาน

แต่ยังเป็นการสร้างฐานข้อมูลของลูกค้า ที่ต้องการใช้งานเข้ามาใช้งานในส่วนบริการนี้เพิ่มเติมมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย และยังเป็นการดึงดูดและสร้างความสนใจ ที่เหมาะสมว่าเป็นเว็บที่ทรงคุณภาพ และยังสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อีก

3. การบริการจากทางเจ้าหน้าที่ที่ทางเว็บมีให้กับทางลูกค้า นึกว่าจะเป็นในส่วนของการศึกษาในเรื่องของโบนัสข้อมูลโปรโมชั่นต่างๆ หรือแม้แต่ในเรื่องของการแก้ไขและตรวจสอบข้อมูลของทางเจ้าหน้าที่ หรือแม้แต่ในเรื่องของการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นที่สมาชิกควรได้รับจากทางเจ้าหน้าที่

ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของการโทรหมายเลขโทรศัพท์ การแชทผ่านระบบ chat ที่มีของทางเว็บ ทุกรูปแบบล้วนแต่ควรมีให้บริการกับทางลูกค้าได้รับสิ่งที่ดีที่สุด ให้สมกับคำว่าทรงคุณภาพจากเว็บที่ดีที่สุดของวงการกีฬาด้วย เพราะอย่าลืมว่าการที่มีเจ้าหน้าที่คอยซัพพอร์ต และให้บริการกับลูกค้าอยู่ด้วย จะเป็นการสร้างความอุ่นใจให้กับลูกค้า

และสร้างความน่าเชื่อถือว่าสามารถใช้งาน และตอบโจทย์ความต้องการกับลูกค้ามากเพียงใด เพื่อรักษาคุณภาพของทางเว็บไว้ และยังเป็นการบ่งบอกว่านี่คือเว็บกีฬาที่ดีที่สุด เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าอย่างมากที่สุดอีกด้วย

ด้วยสิ่งต่างๆที่ได้แนะนำไป เป็นการบ่งบอกได้เลยว่าการที่จะเลือกใช้งาน ในส่วนของเว็บที่ดีจะต้องผ่านอะไรบ้าง ในส่วนของการตัดสินใจก่อนการใช้งาน เพราะอย่าลืมว่าการใช้งานในส่วนไว้กีฬาออนไลน์ ลูกค้ามีสิทธิ์ที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อความต้องการของตนเอง เพื่อให้มอบกับความต้องการในส่วนของความสุขและรายได้ที่มี

และยังเป็นหลักของความน่าเชื่อถือสิ่งแรกที่ควรตรวจสอบได้ ก่อนการใช้งานในส่วนของเว็บกีฬาต่างๆด้วย เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดที่สามารถยอมรับได้ ในส่วนของการใช้งานจากเว็บที่ทรงคุณภาพและดีที่สุด และยังสามารถใช้งานแล้ว เพื่อบอกต่อๆกับลูกค้าท่านอื่นที่สนใจสมัครได้อีกทางหนึ่งด้วย



17
ห้องนั่งเล่น / เยื่อใยความสัมพันธ์
« กระทู้ล่าสุด โดย monaliza เมื่อ พฤศจิกายน 10, 2020, 06:48:38 PM »
เยื่อใยความสัมพันธ์


     นายสุเชาว์เป็นชายหนุ่มผู้ทะเยอทะยานแล้วก็มุ่งมั่นให้ตนเองเป็นที่ยอมรับในสังคมเขาเกิดในตระกูลที่ไม่ร่ำรวยนะแต่ว่าเขามีความขยันมานะอดทนตั้งใจศึกษาเล่าเรียนก่อร่างสร้างตัวเองจนมาเป็นเจ้าของธุรกิจใหญ่โตเป็นเศรษฐีพันล้านเป็นที่รู้จักและก็นับหน้าถือตาของผู้คนทั่วทั้งประเทศนี้ไม่ใช่สิง่ายๆ

ที่คนคนนึงจะทำได้แต่ในสูตรทำให้คนยอมรับได้ว่าเขาเก่งและนอกจากนั้นผู้คนต่างก็ยกย่องว่าเป็นคนดีคนนึงในสังคมเลยทีเดียวที่ว่าเป็นคนดีก็เพราะว่าเขาชอบช่วยเหลือผู้ยากไร้ชอบทำบุญทำทานสร้างกุศลผลบุญเป็นคนมีน้ำใจต่อผู้อื่น เขาเคยได้รับรางวัลคนดีศรีสังคมด้วยซ้ำไปและที่คุณวิสาได้รู้จักคนนี้

ก็เพราะวันหนึ่งคุณวิสาได้รับมอบหมายให้ไปสัมภาษณ์เข้ามาลงนิตยสารที่แกทำอยู่นะสวัสดีค่ะคุณสุชาติดิฉันมาสัมภาษณ์ตามที่นัดไว้ค่ะสวัสดีครับเชิญนั่งก่อนเดี๋ยวผมให้เด็กเอาน้ำมาให้นะครับจะรับเครื่องดื่มอะไรดีครับขอเป็นกาแฟก็ได้ค่ะคุณสุเชาว์ก็ต้อนรับเป็นอย่างดีพอวิสาได้

พูดคุยกับเขาก็พอจะรู้ว่าทำไมใครๆถึงบอกว่าเขาเป็นคนดีก็เพราะว่าเขาเป็นคนสุขุมพูดจาไพเราะดูเป็นคนธรรมะธรรมโมภายในบ้านของเขาก็ถูกประดับประดาไปด้วยภาพวาดลายไทยของศิลปินชื่อดังมีพระพุทธรูปอยู่ตามยิ่งมากมายแต่ว่าบางครั้งสิ่งเหล่านั้นก็มองดูเหมือนเป็นเครื่องประดับ

ของบ้านซะมากกว่าหลังจากมองดูบรรยากาศรอบๆบ้านแล้วก็เข้าสู่การสัมภาษณ์ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นการพูดคุยกันมากกว่าพี่สาก็ตั้งคำถามเกี่ยวกับตัวเขาหลายคำถามและมาสะดุดอยู่ที่คำถามหนึ่งซึ่งวิสาก็ไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องควรหรือว่าไม่ควรอย่างไรฟังคุณสุเชาว์เล่าเรื่องราวชีวิตมา

เยอะแล้วยังไม่เห็นคุณกล่าวถึงพ่อและแม่ของคุณสุเชาว์เลยนะคะไม่ทราบว่าท่านทั้งสองไม่ได้อยู่กับคุณเลยเหรอคะผมแค่คิดว่าผมไม่จำเป็นจะต้องพูดถึงพ่อกับแม่เหรอครับเพราะว่าเขาสองคนนี้ไม่เคยเห็นผมเป็นลูกแล้วความสำเร็จของผมทุกวันนี้ผมก็สร้างของผมขึ้นมาเองโดย

ที่ไม่เคยได้รับการสนับสนุนจากพ่อแม่เลยแม้แต่น้อยฟังประโยคนี้แล้วก็รู้สึกตกใจแล้วก็ไม่อยากจะเชื่อว่าคนดีศรีสังคมที่ใครๆก็ยกย่องจะกล่าวถึงพ่อแม่ตัวเองแบบนี้ถึงพ่อแม่เขาจะดีไม่ดียังไงเขาก็คือพ่อแม่ของเราก็ขอโทษนะคะแต่ถ้าไม่มีพ่อแม่เราก็เกิดมาเป็นคนไม่ได้ไม่ใช่เหรอคะ

ถ้าพวกท่านไม่ให้ชีวิตแล้วความสำเร็จในชีวิตจะเกิดขึ้นได้ยังไงกันวิสาเผลอพูดอะไรอย่างใจคิดออกไปก็ทำให้สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเลยให้ชีวิตเหรอให้ชีวิตโดยปราศจากความรักน่ะครับผมมันก็แค่ความผิดพลาดของพ่อกับแม่กูจะไปรู้อะไรถามสัมภาษณ์จบแล้วเชิญครับคุณสุชาติ

เริ่มมีอารมณ์แล้วก็ออกปากไล่แต่ว่าวิสาก็ไม่รู้เป็นอะไรก็อดตอบโต้ขึ้นมาอีกไม่ได้ใช่ครับว่าหนูไม่รู้อะไรหนูรู้แต่เพียงว่าพ่อแม่ก็คือพ่อแม่คือสิ่งที่เราเลือกไม่ได้กำหนดไม่ได้ไม่ว่าพวกท่านจะดีจะเลวยังไงจะรักเราหรือไม่รักท่านก็เป็นพ่อเป็นแม่ของเราอยู่ดีนะคะคนเราน่ะถ้าดีกับคนทั้งโลก

แต่ถ้าทำไม่ดีกับคนมีพระคุณของตัวเองก็ไม่น่าจะเรียกคนดีได้เต็มปากหรอคะขอโทษด้วยนะคะถ้าหากว่าหนูละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวของคุณมากเกินไปจนทำให้ไม่พอใจ ลุลานะคะก็ยกมือไหว้ชายวัยกลางคนแล้วก็เดินออกจากบ้านครับโดยไม่ได้ทันมองสีหน้ามึงถึงของครับในตอนนั้น

เป็นอันว่าสกู๊ปชีวิตของคุณสุเชาว์คนดีศรีสังคมที่สั่งไว้คราวนี้ก็เห็นทีจะเหลวเพราะว่าวิสาไปก่อเรื่องเอาไว้อีกแล้วเช้าวันรุ่งขึ้นก็ได้รับข่าวดีจากเพื่อนร่วมงานทันทีวิสาเรียกพบน่ะเรื่องอะไรรู้ไหมก็แกไปก่อเรื่องอะไรไว้อ่ะคุณวิสาผมให้คุณไปสัมภาษณ์คุณสุเชาว์ดันไปทะเลาะกับเขาเนี่ย

ไม่ได้ทะเลาะสักหน่อยก็แค่แลกเปลี่ยนทัศนคติกันแลกเปลี่ยนภาษาอะไรของเธอเขาถึงได้โกรธขนาดนั้นแถมยังห้ามไม่หนังสือเราน่ะลงเรื่องของเขาอีกเป็นไงล่ะไอ้ความหาความเที่ยงตรงของเธอน่ะให้มันเพลาเพลาลงหน่อยเถอะวิสาคุณเป็นเด็กยังไงก็ไม่ควรไปต่อล้อต่อเถียงผู้ใหญ่

ยังเค้าเค้าก็แค่คนที่อายุมากกว่าแต่ความคิดเหมือนเด็กนะเหรอคะน้อยใจที่พ่อแม่ไม่รักหนีออกจากบ้านมานะจนร่ำรวยมหาศาลแต่ไม่เคยหันไปมองพ่อกับแม่ลำบากลำบนแค่ไหนสำหรับหนูได้ยังไงเขาก็ไม่ใช่คนดีหรอกค่ะไอ้ความดีที่เขาทำทำมาก็เพื่อให้คนในสังคมยอมรับก็เท่านั้นเอง

เธอไปสืบประวัติก็มาหรือยังไงเราถึงจะรู้มากขนาดนี้หนูแค่รู้มาว่าพ่อแม่เขายังมีชีวิตอยู่แล้วก็ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านเกิดอย่างคนธรรมดาสามัญรวมทั้งญาติพี่น้องคนอื่นเขาด้วยส่วนตัวเขาน่ะกลายเป็นมหาเศรษฐีมันฟังดูตลกไหมครับเอกสารมันไม่ใช่เรื่องของเรานะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของเขา

แต่เรากำลังจะตีแผ่เรื่องราวในชีวิตของเขาในแง่มุมที่ดีงามซะเหลือเกินหรือว่ามันไม่แฟร์กับคนอ่านหรอกที่จะยัดเยียดให้เขารับรู้ว่าคนนั้นเป็นคนดีคนนี้เป็นคนดีแต่ความจริงมันไม่ใช่นะมันมีหลายคนดีที่ขาวสะอาดไม่มีมุมมืดมัวหมองให้ใครเห็นเลยอ่ะเราทำคอลัมน์นี้ก็เพื่อเชิดชูคน

ทำความดีทำให้สังคมรู้ว่ายังมีคนดีแล้วเราก็ใส่ใจไม่ใช่มีแต่เรื่องราวปลอมๆของคนไม่ดีให้เสพกันอย่างน้อยคุณสุเชาว์เขาก็ทำให้คุณงามความดีให้สังคมดีกว่าไอ้พวกโจรฆ่าข่มขืนเป็นคุณช่วยแยกแยะระหว่างเป้าหมายของงานกับความคิดเห็นส่วนตัวหน่อยนะพี่สาถ้าบอกว่าเห็นว่า

หนูทำงานนี้ไม่ได้หนูขอลาออกเลยก็แล้วกันเราไม่ใช้อารมณ์กันได้ไหมล่ะผมอนุญาตให้คุณลาพักผ่อนไม่อนุญาตให้ลาออกในช่วงที่บอกก็อนุญาตให้พี่สาวพักผ่อนหรือพูดตรงๆว่าถูกพักงานแกก็เลยถือโอกาสกลับบ้านที่จังหวัดนครศรีธรรมราชไปหาพ่อกับแม่และญาติพี่น้องสำหรับวิสา

แล้วพ่อแม่คือสิ่งสูงสุดเป็นเหมือนพระในบ้านที่เราจะต้องดูแลใส่ใจแล้วก็ทำให้ท่านมีความสุขไม่ว่าท่านจะรักเรามากรักเราน้อยไม่ค่อยได้ดูแลเราหรือว่าแม้แต่จะมีพ่อแม่เป็นโจรเป็นคนไม่ดีแต่พ่อแม่ก็คือผู้ให้กำเนิดเราคือผู้ให้ชีวิตอย่างที่เราเลือกไม่ได้ยิ่งมีเวลาว่างแกก็นึกขัดข้องใจ

เรื่องของคุณสุเชาว์ดีก็เพราะว่าแกเป็นคนพื้นเพที่จังหวัดนครศรีธรรมราชเหมือนกับแกแถมยังเป็นคนปากพนังเหมือนกันด้วยมันไม่ยากเลยที่แกจะสืบประวัติเขา และได้รู้ความจริงว่าเขานั้นเป็นเศรษฐีที่ลืมแม่ของตนไปได้อย่างสนิทใจ



18
ห้องนั่งเล่น / 5 สิ่งไม่ควรทำเมื่ออยู่ในโรงหนัง
« กระทู้ล่าสุด โดย monaliza เมื่อ พฤศจิกายน 08, 2020, 11:27:06 AM »
5 สิ่งไม่ควรทำเมื่ออยู่ในโรงภาพยนตร์

     การซื้อตั๋วเพื่อเข้าชมภาพยนตร์ที่ชอบในโรง นอกจากจะเป็นการอุดหนุนผู้สร้างหนังแล้ว ยังเป็นการจ่ายเพื่อให้ได้รับการรับชมภาพยนตร์จอใหญ่รายละเอียดสูง ภาพคมชัด เสียงกระหึ่ม แอร์เย็นฉ่ำ เก้าอี้นุ่มๆ อีกทั้งยังได้รับชมก่อนใครไม่ต้องรอลงเว็บลงแผ่น ทุกครั้งที่เราตัดสินใจยอมจ่ายเงินจำนวนหนึ่ง เพื่อแลกกับการได้เข้าไปรับชมในโรงภาพยนตร์ดังกล่าว เราย่อมคาดหวังในใจอยู่แล้วว่าต้องได้รับประสบการณ์ที่ดีกว่าการนั่งดูอยู่บ้าน แต่มีสิ่งหนึ่งซึ่งคนชอบดูภาพยนตร์ในโรงหลีกหนีเสียไม่ได้ คือ ‘เหล่ามารผจญ’ ผู้ทำลายอรรถรส ทำให้การรับชมภาพยนตร์ของคุณถูกรบกวน หรือบางครั้งคุณเองนั่นแหละ อาจเป็นคนเผลอทำให้ตัวเองกลายเป็นประสบการณ์แย่ๆสำหรับคนอื่นเสียเองโดยไม่รู้ตัว

     ในบทความนี้เราจึงขอนำเสนอ 5 สิ่งไม่ควรทำเมื่ออยู่ในโรงภาพยนตร์ เพื่อให้ทุกคนได้เตือนใจ ควบคุมการกระทำตัวเองรวมถึงคอยสะกิดเตือนคนรอบข้างให้รู้ตัวด้วยว่า ‘อย่าเผลอทำตัวเสียมารยาทแบบนี้กับใครเด็ดขาด’

1.เตะเบาะหน้า
   เป็นกรณีที่ผู้เขียนเจอบ่อยมากเวลาไปรับชมภาพยนตร์ในโรง คนที่นั่งเก้าอี้แถวหลังมักชอบเอาเท้ามาแตะๆ พาดๆที่เก้าอี้ของเรา ซึ่งคนที่ทำอาจจะเป็นเด็กตัวเล็กชอบเล่นซนในโรงแล้วผู้ปกครองไม่ดูแลลูกหลานให้ดี หรืออาจเพลิดเพลินกับภาพยนตร์มากเสียจนไม่ทันสังเกต แต่บางครั้งคนที่ทำก็ไม่ใช่เด็ก คาดว่าคนทำคงคิดว่าแตะนิดๆเองคนเบาะหน้าไม่รู้ตัวหรอก พูดเลยว่าไม่จริง คนนั่งเบาะหน้ารู้ตัวเสมอเพราะเก้าอี้ที่นั่งเซนซิทีฟกับแรงสัมผัสมาก ทางที่ดีอย่าทำเลยดีกว่า แตะนิดๆนิ่งๆก็ห้าม เพราะผู้เขียนค่อนข้างมั่นใจว่ายังไงคุณก็ต้องขยับทำให้คนนั่งเบาะหน้ารำคาญอย่างแน่นอน

   และการที่ผู้ถูกกระทำไม่พูด ไม่ใช่เพราะไม่รู้สึกอะไร เพียงแต่ไม่อยากทำลายอรรถรสในการดูหนังด้วยการบาดหมางกันด้วยเรื่องที่บางคนคิดว่าเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย

2.บังจอ
   ไม่ว่าตั้งใจหรือไม่ก็ตาม นับเป็นเรื่องเสียมารยาทมากในการที่คุณหรือใคร เอามือ ถังป๊อบคอร์น หัว หรืออะไรต่อมิอะไรบังจอภาพยนตร์ โดยเฉพาะในฉากสำคัญ อย่างที่เคยกล่าวไปทุกคนจ่ายเงินซื้อตั๋วเข้ามาดูหนังเพื่อเสพความสุขจากความคมชัดของภาพยนตร์จอใหญ่ยักษ์ ทุกคนมีขีดความอดทนไม่เท่ากัน ซักวันคุณอาจโดนใครด่าทออย่างรุนแรงเพราะเรื่องนี้ จนเป็นปมไม่กล้าย่างกรายเข้าโรงภาพยนตร์อีกเลยก็เป็นได้
 
    หากในเวลานั้นเป็นสถานการณ์จำเป็นที่คุณต้องบังจอแน่ ๆ เช่น ต้องการเข้าห้องน้ำ ออกไปคุยโทรศัพท์หรืออื่น ๆ แนะนำให้คุณก้มตัวให้ต่ำที่สุดแล้วรีบออกไปโดยเร็ว อย่ายืนงงตัวตรงแช่อยู่กลางจอนาน พึงตระหนักไว้เสมอว่า ใจเขาใจเรานะ หากมีใครมาทำแบบนี้กับคุณ คุณก็คงไม่ชอบเหมือนกัน

3.เล่นมือถือ
   อาการติดมือถือเป็นโรคที่แพร่ระบาดหนักในยุคนี้ บางคนถึงขั้นไม่สามารถละสายตาจากมือถือได้เลยซักเสี้ยววินาทียกเว้นตอนนอนหรือตอนตายเท่านั้น หากคุณมีอาการเสพติดมือถือรุนแรงดังที่กล่าวไป ผู้เขียนขอแนะนำว่าอย่าเข้าโรงภาพยนตร์เลย เพราะแสงมือถือของคุณรบกวนการรับชมภาพยนตร์ของผู้นั่งข้างๆ อีกทั้งเสียงมือถือหรือการโทรคุยกับใครซักคนระหว่างอยู่ในโรง เสียมารยาทอย่างที่สุด จนโรงหนังถึงขั้นทำโฆษณาแจ้งเตือนไว้เลยทีเดียว

   ไม่ใช่แค่เพียงผู้ชมในโรงจะขยาดคุณ หากพนักงานพบเห็นว่าคุณกำลังฝ่าฝืนกฎเล่นมือถือระหว่างรับชมโดยไม่ยอมปิดเครื่องตามคำแนะนำ อาจเข้าข่ายว่าเป็นผู้ต้องสงสัยในการใช้มือถือถ่ายภาพยนตร์เพื่อนำไปลงในเว็บเถื่อน คุณจะถูกเตะโด่งออกจากโรงทันที พร้อมทั้งถูกบันทึกเป็นแบล็คลิสไม่ให้เข้าโรงภาพยนตร์ในเครือนั้นอีกตลอดชีพ
   ถ้าคุณมีธุระที่ต้องใช้มือถือจริง ๆ ผู้เขียนแนะนำว่าควรออกไปใช้มือถือด้านนอกดีกว่าค่ะ เป็นผลดีทั้งต่อตัวคุณเองและผู้รับชมภาพยนตร์คนอื่น

4.ส่งเสียงดังรบกวน
   โรงภาพยนตร์เป็นสถานที่แห่งความเงียบ เสียงเดียวที่ควรดังคือเสียงภาพยนตร์เท่านั้น ไม่มีใครต้องการฟังเสียงพูดคุยสปอยหนัง เสียงพากย์ตามหนัง เสียงเคี้ยวอาหาร ดูดน้ำ ตบเบาะ หาว ไอ กรน หัวเราะ กรีดร้องเสียงดัง หรือถ้าห้ามได้เสียงตดหรือหาวก็อย่าทำเลย

   เข้าใจว่าคุณเองคงคิดว่า คุณเป็นคนที่จ่ายค่าตั๋วเข้ามาดูเหมือนกัน ทำไมจึงถูกจำกัดอิสระเยอะแยะเช่นนี้ เรื่องข้อห้ามต่าง ๆ ในโรงภาพยนตร์ไม่ใช่การบังคับ 100 เปอร์เซ็น หากแต่เป็นมารยาทในที่สาธารณะ ที่สาธารณะแปลว่าสถานที่ส่วนรวม ส่วนรวมไม่ใช่ส่วนตัวเหมือนบ้าน ดังนั้นคุณไม่อาจนำมาตรฐานการวางตัวที่บ้านมาใช้กับที่สาธารณะได้ เช่น ลุกขึ้นเต้นเชียร์เวลาตื่นเต้น หัวเราะเสียงดังกับฉากสุดฮา ตบเข่าฉาดกับฉากเฉลยของหนังแล้วพูดว่า ‘นึกแล้วเชียว’ หรือแม้แต่การไอและหาวไม่ปิดปาก

    ส่วนคุณจะทำตามกฎน้อยหรือมากหรือไม่ทำเลยก็ย่อมได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจิตใต้สำนึกของคุณเองด้วย
   อยากให้ลองคิดดูว่า หากคุณต้องการให้ผู้อื่นเกรงใจและปฏิบัติต่อคุณดี ๆ คุณต้องเริ่มจากการรู้จักเกรงใจคนอื่นก่อน เราเชื่อว่าคงไม่มีใครอยากกลายเป็นคนในแบบที่เราเกลียดเสียเองหรอกจริงมั้ย?

5.ปล่อยกลิ่นเหม็น
   คนไม่ใช่สกังค์ แต่ในบางครั้งผู้เขียนอดคิดไม่ได้เลยว่า ‘เจ้าสกังค์ตัวน้อยยังดีกว่าคนเสียอีก’
   สกังค์เป็นสัตว์ป่าที่มีลักษณะโดดเด่นชวนจดจำอยู่อย่างนึง คือ จะปล่อยกลิ่นเหม็นทำลายประสาทสัมผัสการรับกลิ่นของศัตรูเวลาที่มันต้องการปกป้องตัวเอง สกังค์จะไม่ปล่อยกลิ่นเหม็นใส่ทุกคน ทุกเวลา แต่จะโจมตีใส่ศัตรูเท่านั้น ตรงข้ามกับบางคนในโรงที่ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังรบกวนการดูหนังของคนอื่นอยู่ ด้วยการปล่อยกลิ่นเหม็นออกมา
   อย่าเพิ่งนอยไปค่ะ คุณอาจไม่ใช่คนในข้อนี้ก็ได้ แต่อยากให้พึงระวังและป้องกันไว้เสมอว่าอย่าประมาท กลิ่นเท้า กลิ่นปาก กลิ่นตัว กลิ่นน้ำหอมที่แรงจนมึนหัว ไม่ใช่เรื่องตลกเลย ถ้าไม่สนิทกันก็ไม่มีใครอยากดมกลิ่นพวกนั้นจากคุณหรอกค่ะ และคนส่วนใหญ่จะไม่กล้าเตือนกันเลยหากไม่ซี้กันจริง ๆ เชื่อว่าคุณเองก็คงไม่อยากตกเป็นตัวละครร้ายๆในเรื่องราวของใครเช่นกัน ฉะนั้นการหมั่นสำรวจดูแลตัวเองให้ไร้กลิ่นเหม็น ก็เป็นหน้าที่อีกหนึ่งอย่างที่คุณสมควรทำเพื่อส่วนรวมและตัวคุณเองค่ะ

   5 ข้อดังกล่าวเป็นเพียงความเห็นและคำแนะนำของผู้เขียนเท่านั้น หากคุณต้องประสบพบเจอกับเหตุการณ์เหล่านี้ อย่างเลี่ยงไม่ได้และไม่มีความกล้าพอจะตักเตือนด้วยตัวเอง ให้กระซิบบอกพนักงานประจำโรงภาพยนตร์นะคะ



19
ห้องนั่งเล่น / เรื่องมหัศจรรย์
« กระทู้ล่าสุด โดย monaliza เมื่อ พฤศจิกายน 05, 2020, 06:44:46 PM »
ความมหัศจรรย์ หรืออภินิหารต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับข้าพเจ้า

     
ความเชื่อในเรื่องพุทะคุณของสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นมีอยู่ในทุกคน ว่าแต่จะมากหรือน้อยต่างกันเท่านั้น บางท่านเชื่อมากก็ศรัทธามาก บางท่านเชื่อน้อยก็ศรัทธาน้อย บางท่านไม่เชื่อก็ไม่ศรัทธา ก็ขึ้นอยู่กับว่าใครเรียนรู้ หรือไม่มาอย่างไร แต่สำหรับผมแล้วความเชื่อในเรื่องดังกล่าวมีอยู่ในตัวมากพอสมควร และศรัทธาอยู่เสมอมิได้ขาด อาจเป็นเพราะว่าผมได้ประสบมาด้วยตัวเองหลายครั้งก็เป็นได้ แม้ไม่เชื่อก็อย่าได้ลบหลู่เดินสายกลางไว้ก็จะเป็นการดีที่สุด เพราะสิ่งที่เรียกว่าอภินิหารนั้น หรือสิ่งที่ไม่อาจเป็นไปได้นั้นบางครั้งเมื่อถึงคราว หรือเข้าตาจนมันก็เกิดขึ้นได้ เข้าตำราที่ว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิดนั่นไง ดังนั้นสิ่งเหล่านี้ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่

     ส่วนใหญ่แล้วเรื่องความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์นี้ มักจะมาพร้อมกับความงมงาย ซึ่งเป็นอุปสรรคกับความเชื่อได้ไม่น้อยทีเดียว อาจเรียกได้ว่าเป็นของคู่กันก็ได้ หรืออาจเรียกไว้ว่าถ้าไม่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็มักจะไม่มีความเชื่อ ซึ่งความเชื่อนี้ถ้าไปพูดกับคนไม่เชื่อก็มักจะกลายเป็นความงมงายไปได้ง่าย ๆ เสียด้วย ดังนั้นถ้าจะมีความเชื่อก็ควรอยู่ให้ห่างจากความงมงายได้จะเป็นการดี

     สิ่งที่ผมเชื่อในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ก็ได้แก่ พุทธคุณของพระสมเด็จ ซึ่งก็คงไม่ใช่อื่นไกลได้แก่พุทธคุณของท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี แห่งสำนักวัดระฆัง ซึ่งได้เกิดกับผมหลาย ๆ ครั้ง และทำให้ได้มีวันนี้ ได้แก่

     สมัยไปรับราชการอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี สมัยนั้นถนนหนทางยังไม่เจริญเหมือนทุกวันนี้ ผมมีที่พักอยู่ในสวนทุเรียนแห่งหนึ่ง อยู่แถว ๆ อำเภอกระทิง ห่างออกไปจากตัวจังหวัดประมาณ 6-70 กม. มีชาวบ้านอาศัยอยู่ใกล้เคียงอีก 5-6 ครอบครัว ทุกคนมีอาชีพทำสวนเงาะ และสวนทุเรียน การคมนาคมสมัยนั้นไม่สะดวกบางครั้งต้องเดิน หรือใช้ม้าและเกวียน การสือสารไม่ตองพูดถึงเพราะไม่มีแม้แต่โทรศัพท์พื้นฐาน ไม่ต้องพูดถึงมือถือหรือคอมพิวเตอร์ลืมไปได้เลย

     อยู่มาวันหนึ่งมีชาวบ้านมาหาขอรัองให้ช่วยเนื่องจากลูกสาวของเขาอายุประมาณสิบกว่า ๆ ป่วยมีอาการปวดท้องอย่างมาก ผมเป็นคนเดียวที่มีรถกระบะเขาจึงมาขอร้องให้ช่วยพาไปส่งโรงพยาบาลในเมืองจันทร์ให้หน่อย ผมเห็นว่าเป็นคนกันเองก็จึงได้ช่วยไว้ แต่ก่อนที่จะเดินทางไปหาหมดผมเห็นว่าลูกสาวเขาที่กำลังป่วยนั้นมีอาการที่ไม่น่าไว้ใจ จะหายาให้ก็ไม่มีความรู้พอ จะมีก็แต่พระสมเด็จองค์เดียว ซึ่งผมเองก็พอมีความรู้เรื่องนี้อยู่บ้าง

     ได้แก่ เมื่อถึงคราวเข้าตาจนพระสมเด็จซึ่งเป็นพระที่มีพระพุทธคุณรอบด้านจะสามารถช่วยได้ โดยเฉพาะเรื่องการรักษาอาการต่าง ๆ ด้วยการนำองค์พระสมเด็จแช่ในน้ำและให้ท่องคาถาชินบัญชรให้ได้ 3 จบ นำน้ำที่แช่องค์พระสมเด็จนั้นให้คนป่วยดื่มแล้วอาการป่วยจะค่อย ๆ ทุเลา และหายเป็นปกติได้ในที่สุด ผมเองก็เลยลองทำดูแต่ไม่ลืมขออนุญาตผู้เป็นพ่อของเด็ก ซึ่งก็ได้รับคำยินยอมโดยดี ผมเริ่มพิธีประมาณไม่ถึง 10 นาที

     แล้วนำน้ำที่แช่องค์พระสมเด็จมาให้เด็กดื่ม ไม่น่าเชื่อว่าพอดื่มได้สักอึกเดียว อาการที่ปวดท้องร้องจะเป็นจะตายก็หายเป็นปลิดทิ้ง เด็กเริ่มพูดได้และเข้ามาขอบคุณผมรวมทั้งพ่อแม่ของเด็กด้วย เป็นอันว่าคืนนั้นไม่ต้องเดินทางเข้าเมืองเพื่อไปหาหมอ รุ่งเช้าเด็กก็สามารถที่จะไปโรงเรียนได้ตามปกติ เรื่องนี้กลายเป็นทอกซ์ออฟเดอะทาวน์ได้ชั่วข้ามคืนว่าผมมีของดีสามารถรักษาอาการปวดท้องของผู้ป่วยได้

     อีกเรื่องหนึ่งที่เกิดกับผมโดยตรง อาจเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับพุทธคุณของพระสมเด็จ แต่ก็เกี่ยวกับพุทธคุณของเหรียญพระเครื่องเช่นกัน ได้แก่ พระเครื่องของหลวงปู่ทิมวัดระหารไร่ จังหวัดระยอง เป็นเหรียญเจริญพรล่าง ลักษณะเป็นเหรียญเนื้อทองแดงรมดำรูปไข่ สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2517 ด้านหน้าเป็นองค์หลวงปู่ทิมนั่งสมาธิ ส่วนด้านหลังเป็นยันต์ของหลวงปู่ เหรียญนี้นักว่าเป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมอย่างสูง มีทั้งเนื้อเงิน และเนื้อนวะโลหะ ส่วนเหรียญองค์ที่อยู่กับผมนี้เป็นเนื้อทองแดงธรรมดา เรื่องมีอยู่ว่า ประมาณ ปี พ.ศ. 2523 ผมได้ไปประจำทำงานอยู่ที่ อ.ศรีราชา จังหวัดชลบุรี มีบ้านพักอยู่ที่ในตัวอำเภอ แต่ห่างจาก

     ผู้คนสักหน่อย ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณ 20.00 น. ขณะที่กำลังนั่งดูข่าวในพระราชสำนัก มีคนร้ายบุกเข้ามาทางหน้าต่างห้องครัว ด้วยการทุบกระจกหน้าต่างแตกแล้วปีนเข้ามา คนร้ายมีปืนลูกโม่ในมือ 1 ประบอก ผมได้ยินเสียงกระจกแตกดังเพล้ง จึงวิ่งเข้าไปหยิบมีดสปาต้ายาวประมาณ 1 ฟุตออกมาจากห้องนอนถือไว้ในมือพลางเดินเข้าไปยังต้นเสียงซึ่งอยู่ในห้องครัว โดยยังไม่ทราบว่าคนร้ายมีปืน พอประจันหน้ากับคนร้าย มันยิงผมทันที 2 นัด

     แต่กระสุนด้าน ผมรู้ได้ทันทีว่ามันเหลือกระสุนอีก 4 นัด ผมไม่รอแล้วเมื่อมันยิงไม่ออกทำให้ผมมีกำลังใจขึ้นมา ตรงเข้าประชิดแต่ก่อนที่จะถึงตัวมันกระสุนก็ลั่นขึ้นอีก 1 นัด คราวนี้ไม่พลาดกระสุนโดนเฉียง ๆ เข้าที่ไหปลาร้าซ้ายของผมเฉียด ๆ แต่ก็ทำให้ได้เลือดทีเดียว เท่านั้นเองเหมือนเลือดเข้าตาผมพุ่งเข้าหามันพร้อมกับเสยปลายมีดสปาต้าออกไปเต็มแรง เข้าเป้าได้อย่างถนัด เพราะเสียบเข้าที่ลิ้นปี่ของมันเต็มแรง เข้าไปเกือบมิดปลายแหลม มันไม่ร้องสักคำ และล้มลงผมเข้าใจว่ามันขาดใจตายตั้งแต่ปลายมีดเสียบแต่แรกแล้ว ทั้งเลือดผมและเลือดคนร้ายนองพื้นไปหมด ศพคนร้ายนอนอยู่ที่พื้นห้องหน้าเครื่องรับทีวี

     ส่งตัวผมเองเจ็บตอนนั้นรู้ตัวว่าไม่มาก เพราะยังออกมาขับรถไปโรงพยาบาลสมเด็จ ณ ศรีราชาได้ด้วยตนเอง ส่วนมีอสปาต้าผมทิ้งไว้ข้างศพคนร้าย รุ่งเช้ามีญาติมาเล่าให้ฟังว่าพอผมออกไปแล้วก็มีตำรวจมาเก็บมีดและปืนคนร้ายไป พร้อมกับมอบศพคนร้ายให้มูลนิธินำไปวัด สุดท้ายเรื่องก็เงียบไปอาจเป็นเพราะว่าคนร้ายไม่มีหัวนอนปลายเท้า ในศพไม่มีหลักฐานว่าเป็นใครมาจากไหน ถามใครก็ไม่มีใครรู้จัก ต่อมาผมเองให้การกับตำรวจว่าผมก็ไม่รู้จัก

     และไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุอะไรที่คนร้ายเข้ามายิงผมถึงในบ้าน ต่อมาไม่นานผมก็ย้ายเข้ากทม. และไม่ได้ไปที่ศรีราชาอีกเลย แต่เรื่องที่ผมยังกังขาอยู่ทุกวันนี้ได้แก่ คืนนั้นนอกจากผมมีมีดสปาต้าแล้ว ในมืออีกข้างผมกำเหรียญหลวงปู่ทิมรุ่นเจริญพรไว้ด้วย แต่เหตุที่ผมต้องโดยยิงก็ได้แก่ ผมจำได้ว่าผมเอ่ยปากด่าแม่คนร้ายออกไปคำนึก ซึ่งเรื่องนี้เป็นข้อห้ามอย่างยิ่งว่าไม่ควรกล่าวคำหยาบ ซึ่งถ้าคืนนั้นผมไม่พลั้งปากด่าออกไปกระสุนที่คนร้ายยิงมาที่ผมก็คงด้านอีกเหมือน 2 นัดแรกนั่นเอง เรื่องนี้ผมจำจนวันตายว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นห้ามด่าคำหยาบเด็ดขาด ยิ่งถ้าอยู่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานด้วยแล้วยิ่งไม่สมควรอย่างยิ่ง การณ์ครั้งนั้นเป็นเสมือนตัวอย่างให้ผมได้เห็นเห็นอย่างดีทีเดียว
นี่ก็คือ 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผม และมันก็ผ่านมาหลายปีแล้ว แต่ทั้งพระสมเด็จ โต และเหรียญหลวงปู่ทิมผมก็ยังเก็บไว้กับตัวตลอดเวลา และนำติดตัวไปด้วยทุกครั้งที่ต้องเดินทาง....


20
ห้องนั่งเล่น / แฟนต่างชาติ
« กระทู้ล่าสุด โดย monaliza เมื่อ พฤศจิกายน 03, 2020, 06:58:43 PM »
อุทาหรณ์อยากมีแฟนต่างชาติ


     วันนี้จะขอเล่าประสบการณ์ของคนรู้จักเกี่ยวกับเรื่องอยากมีแหนต่างชาติให้ทุกคนฟังค่ะ เรามีเพื่อนคนหนึ่งขอเรียกว่า “นิด” นะคะ นิดอยากใช้ชีวิตสุขสบายเพราะฐานะทางบ้านค่อนข้างลำบาก พ่อก็อายุมากแล้วออกไปทำงานก็ไม่ได้มากมายนัก ส่วนแม่ก็มีโรคประจำตัว เรานับถือใจน้ำใจนิดตรงที่พยายามดูแลครอบครัวของตัวเอง เวลาหาเงินมาได้ก็พยายามส่งไปให้พ่อกับแม่ใช้ รวมถึงหลาน ๆ ที่บ้านด้วย

     นิดมีพี่น้อง 3 คน นิดเป็นคนโตที่สุดของครอบครัวเรียกง่าย ๆ ก็เหมือนเป็นความหวังของบ้านละค่ะ แล้วก็มีน้องชายอีก 1 คน น้องสาว 1 คน เวลาใครต้องการอะไรก็มักจะมาขอที่นิดอยู่ตลอด นิดเป็นคนจังหวัดทางภาคอีสานค่ะ เข้ามาทำงานที่กรุงเทพฯหลายปีแล้ว งานที่ทำก็เป็นพนักงานร้านขายส่งเสื้อผ้าแถวย่านประตูน้ำ ซึ่งแถวนี้จะมีต่างชาติค่อนข้างเยอะค่ะ แต่ส่วนมากจะเป็นคนผิวสีและแขก ฝรั่งผมทองไม่ค่อยมาแถวนี้ นิดคิดหาทางอยาตลอดว่าจะทำอย่างไรให้หาเงินได้มีเงินส่งกลับบ้านเยอะ ๆ เพื่อจะดูแลครอบครัวน้องชายของนิดมีภรรยาและมีลูกสาว 1 คน ลูกชายอีก 1 คน แต่หารายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่าย เพราะรับจ้างทั่วไปใครจ้างถึงจะได้ไปค่ะ

     ความคิดของนิดที่ว่าจะต้องหาเงินเพื่อส่งเสียเลี้ยงดูครอบครัวมีอยู่ในหัวของนิดตลอดเวลาจนวันหนึ่งคนที่ทำงานร้านเดียวกับนิดมีฝรั่งมาส่งที่ร้าน ขับรถมาส่งอย่างดี นิดเลยเข้าไปถามว่าแฟนเหรอ ไปเจอจากที่ไหน เพื่อนของนิดชื่อว่า กาญ บอกว่าเจอกันตอนไปเที่ยวที่พัทยา กาญเล่าให้นิดฟังว่าแฟนดูแลดีมากคบมาได้สามเดือนแล้วตอนนี้ รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้กาญหมด ไม่ว่าจะเป็นค่าห้อง ค่ากิน เงินเดือนของกาญแทบไม่ได้ใช้เลยเพราะแฟนเป็นคนจ่ายให้ นิดเริ่มรู้สึกว่าถ้าตัวเองสามารถหาแฟนฝรั่งได้และช่วยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายก็จะทำให้สามารถมีเงินส่งไปให้ครอบครัว พ่อ แม่ น้อง ๆ หลาน ๆ ได้มากขึ้น นิดเลยถามกาญไปตรง ๆ ว่าแฟนกาญมีเพื่อนมั้ย นิดอยากมีแฟนต่างชาติบ้างที่ประตูน้ำมีแต่คนผิวสีกับแขกคงไม่มีเงินพอเลี้ยงนิดได้ กาญได้ยินแบบนั้นก็บอกว่าจะลองคุยกับแฟนดู

     ไม่กี่วันหลังจากที่นิดคุยกับกาญเรื่องหาแฟนต่างชาติ กาญก็บอกว่าแฟนของกาญแนะนำเพื่อนคนนึงมาให้ ให้นิดลองแอดเฟสบุคไปคุยดู นิดเข้าไปตามชื่อที่กาญให้มา เห็นเป็นฝรั่งหน้าตาดีรูปร่างดี ภาพที่ลงในเฟสบุคคือมีการใช้ชีวิตที่ดี กินอาหารดี ๆ และไปเที่ยวหลายที่ นิดเลยส่งข้อความไปหาคนที่เพื่อนแนะนำ ฝรั่งคนนี้ชื่อ “โรเบิร์ต” นิดไม่ได้เก่งภาษามากมายแต่พอพูดได้สื่อสารเข้าใจ พอเริ่มคุยกันสักพักประมาณ 1 อาทิตย์ โรเบิร์ตก็ชวนนิดให้ไปเจอกันตัวเป็น ๆ ตัวเพราะเขาเองก็ไม่มีแฟนเกิดถ้าเจอกันแล้วถูกใจก็จะได้ไปต่อ หมายถึงคบกันจริงจังมากขึ้น โรเบิร์ตพักอยู่แถวสุขุมวิทแต่นัดให้นิดไปเจอที่บาร์แห่งหนึ่งไม่ไกลจากอโศกมากนัก นิดตื่นเต้นและคิดว่ายังไงต้องทำให้โรเบิร์ตชอบให้ได้เพื่อจะได้มีคนคอยช่วยเหลือค่าใช้จ่ายต่าง ๆ นิดคิดแค่นี้ไม่ได้คิดถึงความรักอะไรมากมาย เพราะคิดว่าความรักมันกินไม่ได้เงินต่างหากที่จะทำให้มีกินมีใช้

     พอถึงวันที่นัดกับโรเบิร์ตนิดพยายามหาเสื้อผ้าที่ดูดี แต่งหน้าทาตาให้สวย เพื่อจะได้ทำให้โรเบิร์ตประทับใจ พอถึงเวลาเจอกันทั้งสองคนพูดคุยกันได้สักพักก็ตกลงว่าจะคบกันโรเบิร์ตชวนให้นิดมาอยู่ด้วยที่คอนโดแถวสุขุมวิท นิดพอใจมาเพราะคอนโดของโรเบิร์ตดูดีกว่าห้องพักของตัวเองเป็นไหน ๆ นิดรีบไปเก็บเสื้อผ้า ขนของย้ายออกจากห้องตัวเองทันที อย่างน้อยถ้ามาอยู่กับโรเบิร์ตก็ไม่ต้องจ่ายค่าห้องทุกเดือน ในตอนแรกที่เข้ามาอยู่อะไรๆก็ดีทุกอย่าง โรเบิร์ตจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้นิด ทำให้นิดมีเงินที่ส่งกลับบ้านมากขึ้น พ่อแม่ของนิดก็คิดว่าลูกของตัวเองนั้นได้งานที่ดีขึ้น ทำให้มีเงินเดือนมากขึ้น แต่หลังจากไม่กี่เดือนที่นิดใช้ชีวิตอยู่กับโรเบิร์ตก็เริ่มเห็นธาตุแท้ โรเบิร์ตมักจะอารมณ์ร้อน ฉุนเฉียว โกธรง่ายและเอาแต่ใจ เวลาทะเลาะกันก็มีการลงไม้ลงมือ ทำร้ายร่างกายนิดอยู่เป็นประจำ แรกๆ แค่อารมณ์เสียง่ายช่วงหลังเริ่มตบตี แต่ก็ให้เงินนิดใช้ไม่ขาดทำให้นิดเองก็มีเงินส่งกลับไปให้ที่บ้านไม่ขาดเช่นเดียวกัน

      จนวันหนึ่งนิดยังมีอาการเจ็บจากการที่โรเบิร์ตทำร้ายร่างกายยังไม่ทันหายเจ็บแต่ดันมีปากเสียงกับโรเบิร์ตและโดนทำร้ายซ้ำเข้าไปอีกถึงขนาดลุกไม่ได้และมีแผลช้ำเต็มตัวเลย พอนิดไปที่ทำงานเพื่อนในที่ทำงานรวมถึงกาญ คนที่แนะนำให้นิดรู้จักกับโรเบิร์ตก็มาทักถามไถ่ว่าเกิดอะไรขึ้น จริง ๆ แล้วที่ผ่านมาก็สังเกตเห็นนิดมีอาการแปลก ๆ ดูไม่ค่อยสบายแต่ก็ไม่ได้ทักอะไรจนวันนี้มีรอยช้ำค่อนข้างชัดและมีรอยมือที่แก้มดูก็รู้ว่าโดนทำร้ายมาเพราะมีแผลที่มุมปากค่อนข้างใหญ่ ก็แรงผู้ชายตัวโตจะไม่ทิ้งร่องรอยไว้ได้ยังไงละ กาญเห็นเพื่อนเป็นแบบนี้ก็บอกให้เลิกกับโรเบิร์ตดีกว่าอย่าเอาตัวเองไปเสี่ยงกับคนที่

     ทำร้ายผู้หญิงแบบนี้ ในใจของนิดก็อยากจะเลิกเพราะที่อยู่กับโรเบิร์ตตอนนี้ก็ไม่ใช่เพราะความรัก แต่ที่ทนอยู่ก็เพราะต้องการเงินมาดูแลค่าใช้จ่าย กาญบอกว่าให้ไปพักกับกาญสักสองสามวันนิดก็เลยตัดสินใจไปกับกาญ เพราะแฟนกาญไปธุระที่ต่างจังหวัด พอนิดไม่กลับไปที่คอนโดของโรเบิร์ต โรเบิร์ตก็ตามหาไปทั่วจนมาที่คอนโดของแฟนกาญ แล้วก็ลากตัวนิดกลับไปคืนนั้นโรเบิร์ตทำร้ายนิดหนักมากจนถึงกับต้องเข้าโรงพยาบาล กาญรู้เรื่องและรีบไปหานิดที่โรงพยาบาล

      กาญติดต่อไปหาพ่อแม่ของนิดและช่วยนิดให้กลับไปบ้านที่ต่างจังหวัดเพื่อหนีโรเบิร์ต พอแม่ของนิดเจอสภาพลูกที่เนื้อตัวมีแต่รอยช้ำก็ร้องห่มร้องไห้กอดลูกด้วยความรัก นิดคิดในใจว่าตั้งแต่คบกับโรเบิร์ตไม่เคยได้รับความรักที่รู้สึกได้ขนาดนี้เลย ความรักที่แม่ส่งผ่านอ้อมกอดที่อบอุ่นมาให้นิดทำให้นิดถึงกับร้องไห้ออกมาและสารภาพกับแม่ว่าที่ยอมอยู่กับโรเบิร์ตเพราะอยากมีเงินส่งมาให้ครอบครัวเยอะ ๆ พอแม่ของนิดได้ยินแบบนั้นถึงกับบอกนิดว่าไม่ต้องทำร้ายตัวเองถึงมีเงินไม่มากแต่แม่อยากให้ลูกมีความสุขไม่ใช่เอาตัวเองไปแลกกับความเจ็บปวดแบบนี้ ถึงอยากมีเงินทองแค่ไหนความสุขของลูกก็สำคัญที่สุด เงินทองเป็นของนอกกายไม่สามารถแลกความสุขได้ ถือเป็นอุทาหรณ์ให้คนที่อยากมีแฟนต่างชาติเพื่อหวังจะมีชีวิตที่สุขสบาย ไม่ว่าคนชาติไหนก็มีดีมีเลวปะปนกันไป


หน้า: 1 [2] 3 4