ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนวัดเขาปิ่นทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1
วันที่ 7 ธันวาคม 2021 6:04 AM
b-school03
logo-cโรงเรียนวัดเขาปิ่นทอง

รีวิวซีรีส์เกาหลี

  • 0 ตอบ
  • 487 อ่าน
รีวิวซีรีส์เกาหลี
« เมื่อ: มกราคม 04, 2021, 12:51:46 PM »
รีวิวซีรีส์เกาหลีเรื่อง Star-Up สตาร์ทอัพ ของ Netflix

Start-Up ของ Netflix ติดTop 10 อันดับหนึ่งในไมยในสัปดาห์นี้ ถือว่าเป็นอีกเรื่องที่คนสนใจและติดตามกันเยอะมาก ซึ่งได้นักแสดงนำอย่าง นัมจูฮยอกและแบซูจี มาร่วมแสดงด้วยกันเป็นครั้งแรกอีกด้วย

ในปัจจุบันอุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีก้าวกระโดดไปได้ไกลมากๆ อาทิ หุ่นยนต์ เครื่องจักร นาฬิกาวัดชีพจรการเต้นของหัวใจ เป็นต้น ทั้งหลายเหล่านี้ล้วนมากจากความคิดของมนุษย์ที่อยากจะพัฒนาเทคโนโลยีให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น วันนี้เลยมารีวิวเรื่อง Start-Up ให้ทุกคนได้รับชมกัน ก่อนอื่นขอแนะนำนักแสดงหลักของเรื่องกันก่อน

1. นัมจูฮยอก รับบทเป็น นัมโดซาน หนุ่มหล่อที่เก่งคณิตศาสตร์เมื่อตอนเด็กเขายังได้รับรางวัลชนะเลิศแข่งขันโอลิมปิกทางด้านคณิตศาสตร์อีกด้วย ตอนนี้เขามีบริษัทเล็กๆชื่อว่า ซัมซานเทค ซึ่งมีเขาและเพื่อนร่วมทีมอีกสองคน ส่งผลงานให้กับบริษัทที่ไหนก็โดนปฏิเสธหมด จนเงินลงทุนที่คุณพ่อและแม่ของโดซานให้มาจะหมดแล้ว แต่เขาก็ยังยืนหยัดที่จะทำตามความฝันของตัวเองให้ได้

2. แบซูจี รับบทเป็น ซอดัลมี นางเอกสาวสวย เธอมีไหวพริบที่ดีและยังฉลาดอีกด้วย เธอทำงานให้กับบริษัทแห่งหนึ่งโดยที่เธอนั้นอยากจะเป็นพนักงานประจำมากๆ ทำยังไงก็ไม่ได้เป็นสักที จนต้องลาออกและมาทำตามความฝัน โดยเธอนั้นได้ให้นัมโดซานมาจ้างเธอเป็นประธานของบริษัทแทน

3. คังฮันนา รับบทเป็น วอนอินแจหรือซออินแจ พี่สาวของซอดัลมี เธอเก่ง ฉลาดและยังเป็นผู้นำได้ดีอีกด้วย เธอลาออกจากตำแหน่งของบริษัทของพ่อเมื่อเธอคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปทั้งหมด คุณพ่อเธอกลับมองไม่เห็นค่ามากกว่าลูกแท้ๆของเขา เธอจึงมาสมัครเข้าร่วมกับแซนด์บ็อกซ์เพื่อที่จะก่อตั้งบริษัทของตัวเองเช่นกัน

4. คิมซอนโฮ รับบทเป็น ฮันจีพยอง หนุ่มหล่อมากความสามารถเขาเก่งในด้านไซเบอร์ เมื่อตอนเด็กเขายังชนะและได้รับเงินรางวัลมาอีกด้วย พอโตขึ้นเขาได้กลับมาเกาหลีและได้ก่อตั้งบริษัทของตัวเองขึ้นอย่างมั่นคง

เรื่องย่อ: ย้อนกลับไปเมื่อ 15ปีก่อน ครอบครัวของซอดัลมีและวอนอินแจเกิดการแตกแยก เหตุเพราะพ่อของเขาอยากจะลาออกจากงานประจำและมาเปิดบริษัทของตนเอง ซึ่งแม่ของพวกเธอนั้นไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้จึงเกิดการทะเลาะจนมาถึงการเลิกรากันไป

ซอดัลมีได้เลือกอยู่กับพ่อ ส่วนพี่สาวของเธอนั้นเลือกอยู่กับแม่ คุณยายของเธอเห็นหลานสาวของตัวเองเศร้าหมองเลยให้ฮันจีพยองเขียนจดหมายโดยใช้ชื่อว่า นัมโดซาน เพื่อที่จะพูดคุยกับเธอเพื่อให้เธอหายเหงาไปบ้าง ดัลมีและอินแจพี่สาว พวกเขายังติดต่อกันอยู่สักพัก

วอนอินแจก็บอกกับน้องสาวของตัวเองว่า “จะย้ายไปอยู่เมืองนอกเพราะคุณแม่ได้แต่งงานใหม่แล้ว” วันนั้นเลยทำให้คำว่าพี่น้องนั้นต้องจบและแตกหักกัน หลังจากนั้นไม่นานคุณพ่อของเธอก็ได้จากไปด้วยอุบัติเหตุ ซอดัลมีจึงได้อยู่กับคุณยายเพียงลำพัง เธอจบการศึกษา

แค่มัธยมปลายเท่านั้น  เพราะคุณยายของเธอไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม แต่เธอก็ดันสู้ ทำงานต่างๆและซื้อรถเพื่อเปิดขายฮ็อตดอกให้กับคุณยายของเธอเอง ฮันจีพยองแอบเล่นหุ้นและใช้บัญชีของคุณยายซอดัลมีเพื่อเก็บเงินไว้ เพียงไม่กี่ปีเขาก็มีเงินเยอะ และย้ายออกไปต่างประเทศและเรียนต่อที่นั่น

ผ่านมา 15 ปี ซอดัลมีได้เจอกับพี่สาววอนอินแจอีกครั้ง ซึ่งเธอพยายามที่จะทำตัวเองให้ดีกว่าพี่สาวและให้พี่สาวของเธอได้รู้ว่าเธอเลือกที่จะอยู่กับพ่อได้อย่างไม่ผิดหวัง ซอดัลมีคิดมาตลอดว่าพี่สาวของเธอนั้น “เห็นแก่ตัว” อยากจะใช้ชีวิตที่สุขสบายกับแม่และครอบครัวใหม่ เธอจึงไม่อยากให้ตัวเองดูแย่ในสายตาแม่และพี่สาว เธอจึงอยากพิสูจน์ให้พวกเขาทั้งสองได้รู้ว่า การได้อยู่กับพ่อ ช่วงเวลานั้นดีมากแค่ไหน

คำว่า Start หมายถึงจุดเริ่มต้น และ Up หมายถึงการเติบโต สองคำนี้มารวมกันจะหมายถึงจุดเริ่มต้นและค่อยๆเติบโต และทาง Netflix ได้ปล่อยออกมาแล้วทั้งหมด 8 ตอน เริ่มจากการแข่งขันของบริษัท Sand Box ที่เฟ้นหาผู้ที่จะสามารถก่อตั้งบริษัทของตัวเอง

โดยเสนอใช้ระบบไอทีทุกอย่าง Sand Box ได้แรงบันดาลใจมาจากคุณพ่อของซอดัลมีนั้นเอง เป็นโลโก้เด็กสาวที่นั่งอยู่บนชิงช้า และเริ่มเป็นการแข่งขันที่เริ่มสนุกมากขึ้นเรื่อยๆ โดยแต่ละทีมนำเสนองาน โดยทีมของซอดัลมีได้ทำการตรวจจับลายมือด้วยระบบ AI

ซึ่งผลออกมานั้นยอดเยี่ยมมากแต่ก็ยังมีจุดที่ต้องปรับแก้ไขเมื่อทีมของพี่สาว วอนอินแจได้ทำการเขียนฟ้อนต์ด้วยตัวเอง จึงทำให้ระบบตรวจจับลายมือนั้นผิดพลาด แต่แล้วโดซานก็สามารถที่จะแก้ไขข้อผิดพลาดนั้นได้ และยังเป็นการพิสูจน์ความสามารถของผู้นำและลูก

ทีมที่จะฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกันจนถึงปลายทางที่ทุกคนใฝ่ฝันไว้ เมื่อ ซัมซานเทคถูกคัดเลือกเข้ามาในแซนด์บ็อกซ์แล้ว ทุกคนในทีมต้องช่วยเหลือกัน ภายใน 6 เดือนนี้ พวกเขาต้องมีสิ่งประดิษฐ์ออกมาให้ได้ แต่ก่อนจะเริ่มสร้าง พวกเขาก็ต้องการบริษัทต่างๆมาร่วมทุนด้วย

การหาบริษัททีอยากมีอุดมการณ์เหมือนกันนั้นหายาก เพราะพวกเขาก็ถือว่าเป็นมือใหม่ในการทำโปรเจกใหญ่เช่นกัน สิ่งประดิษฐ์ที่พวกเขาต้องการออกสู่ตลาดได้แก่ เนกุล สุดยอดอัจฉริยะจดจำสิ่งของที่อยู่ตรงหน้าด้วยระบบแอพลิเคชั่นในมือถือ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้พิการทางสายตาและยังเป็นตัวช่วยในการนำทางเหมือนกับน้องหมาอีกด้วย

ระดับคะแนนจากผู้เขียน: 8.5/10

ความคิดเห็นจากผู้เขียน: เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นความมุ่งมั่นที่จะทำตามความฝันของตัวเอง การใช้ระบบเทคโนโลยีไปในทางที่ถูกต้องและยังพัฒนาให้ก้าวไกลได้อีกด้วย ผู้เขียนชอบฉากที่มีการคิดและทำสิ่งประดิษฐ์ด้านเทคโนโลยีมากกว่า เพราะดูแล้วทำให้รู้สึกว่า

มนุษย์อย่างเราก็คิดค้นและพัฒนาในเรื่องการนำอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมาใช้ได้สุดยอดมาก แต่พอดูเนื้อเรื่องแล้วกลับทำให้ผู้เขียนรู้สึกว่าบางฉากหรือบางตอนยืดเยื้อเกินไป ทำให้บทน่าเบื่อไปบ้าง เช่น เรื่องราวของอดีตเมื่อ 15 ปีก่อน อยากจะให้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างนั้นให้จบซะมากกว่า ไม่อยากให้ย้อนกลับไปกลับมา และเรื่องที่ปิดปังไว้ระหว่าง นัมโดซาน ซอดัลมีและฮันจีพยอง ว่าด้วยเรื่องจดหมายที่เขียนหากันเมื่อ 15 ปีก่อน

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Netflix  และ tvN 드라마(Drama) on Facebook