ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนวัดเขาปิ่นทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1
วันที่ 7 ธันวาคม 2021 5:48 AM
b-school03
logo-cโรงเรียนวัดเขาปิ่นทอง

ประสบการณ์กับการที่เคยมีแฟน ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

  • 0 ตอบ
  • 486 อ่าน
ประสบการณ์กับการที่เคยมีแฟนทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

สวัสดีครับ จากหัวข้อเรื่องอย่าแปลกใจนะครับว่าทำไมผมถึงเคยมีแฟนทั้งผู้ชายและผู้หญิง อย่างแรกที่บอกว่าผมไม่ได้เป็นเกย์นะครับอย่างผมนั้น  ทั่วๆไปจะเรียกผมว่า Bisexual คือสามารถคบได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง

หลายคนคงคิดว่าถ้ามีผู้หญิงมารู้ทีหลังว่าผมเคยคบกับผู้ชายมาก่อนเขาจะรับได้ไหม ตอนแรกผมเองก็คิดว่าจะไม่บอกเขากลัวเขารับไม่ได้ว่าผมเคยเป็นอะไรและคบกับใครมาก่อน แต่พอมาถึงตอนนี้แล้วผมจะบอกเขาว่า ผมเคยคบกับผู้ชายมาก่อน แต่ผมไม่ได้เป็นเกย์อย่างที่คุณคิด ผมอยากให้คุณดูที่การกระทำของผมผมจะปฏิบัติกับคุณ จะให้เกียรติคุณ จะเป็นสุภาพบุรุษ จะทำให้คนอื่นอิจฉาคุณที่ได้คนอย่างผมเป็นคนรัก

นั้นคือความจริงจากผมที่ผมเคยบอกกับผู้หญิงคนหนึ่งไปครับ ถ้าอยากรู้ว่าเธอคนนั้นทำอย่างไรต่อ ก็ต้องมาอ่านกันต่อ

   ผู้หญิงที่ผมเคยคบก่อนที่จะมาเปลี่ยนใจลองคบกับผู้ชาย ผมจีบเขาเหมือนผู้ชายทั่วไป เดินไปบอก ID Facebook หรือ LINE ของเขาเพื่อที่จะคุยกับเธอ แต่ตอนนี้ผมอ้วนมากผู้หญิงน้อยคนมากครับที่จะให้ ID ผมมา ส่วนน้อยมากครับที่ให้มาแต่ให้มาก็เพื่อให้ผมไปกดถูกใจโพสต์ของเธอ

บอกกับผมว่าเป็นแค่เพื่อน พี่น้อง พอนะคะ นั้นคือประโยคที่ผมโดนประจำหลังจากที่บอกเธอไปว่า ผมแอบชอบเธอ ผมเคยบอกว่าผมจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเธอ ถ้าผมผอมลงจะขอเธอเป็นแฟน แต่สุดท้ายก็อย่างที่บอกเป็นพี่น้องกันดีแล้ว แต่ก็มีความโชคดีอยู่บ้างทีผมมีแฟนเหมือนคนอื่นเขาให้โอกาสผมได้ลองจีบเขา

เขาเป็นรุ่นพี่ของผม ซึ่งตอนนั้นผมก็ได้ไปของพ่อแม่และบอกตามความจริงไปว่าจะพาผู้หญิงไปดูหนัง ซึ่งพ่อแม่เขาก็ไม่ขัดอะไรเพราะสุดท้ายยังไงผมก็ต้องหาเงินไปคืนท่านอยู่แล้ว เมื่อไปถึงหน้าโรงหนังผมก็ให้เธอเลือกทุกอย่าง ทั้งหนังที่เธออยากดู รสชาติของข้าวโพดคั่วที่จะเอาเข้าไปทานระหว่างที่ดูหนัง

น้ำดื่มก็ให้เธอเลือก สำหรับผมถือว่าเป็นการให้เกียรติเธออย่างหนึ่งซึ่งเธอเองก็บอกว่ายินดีที่จะช่วยออกเงินให้เรื่องพวกนี้ แต่ผมเองก็ปฏิเสธเธอไปเพราะแสดงว่าผมดูแลเธอได้ แต่ในใจก็คิดอีกอย่างว่ากลัวเธอจะคิดว่าผมเองนั้นไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้เลย ส่วนเรื่องที่นั่งดูหนังผมเลือกที่นั่งธรรมดา

ยังไม่อยากเลือกที่นั่งแบบ Sofa Sweet หรือที่นั่งแบบ Honeymoon seat เพราะมันจะดูเหมือนเป็นการลวนลามเธอจนมากเกินไปในการเจอกันครั้งแรก เรื่องที่เธอเลือกดูคือ Harry Potter 7.1 ซึ่งก็หนังที่ผมอยากดูเหมือนกันแต่เสียดายที่ว่าผมดูมาก่อนแล้วแต่ก็ไม่กล้าบอกเธอ ระหว่างดูหนังผมเองก็เป็นคนถือข้าวโพดคั่วให้เธอเพื่อให้เธอดูหนังอย่างสบาย
 
   ผมคบกับเธอได้ประมาณเกือบจะ 9  เดือน เราก็เลิกกันเหตุผลนั้นคือ ผมไม่ค่อยเข้าใจเธอเท่าไหร่ บางทีคำว่า อาร์ตตัวแม่ก็ไม่สามารถจะอธิบายกับการกระทำของเธอได้เหมือนกัน เวลาที่เราทะเลาะกันทั้งที่ผมเองผิดและผมเองก็ไม่ผิดผมจะเป็นฝ่ายบอกขอโทษก่อนเสมอเพราะไม่อยากเสียใจเวลาไปทะเลาะกัน

 แต่สุดท้ายการทะเลาะแฟนผมก็ชนะตลอดโดยที่ผมก็ไม่ผิด คิดในใจว่าไม่เป็นไร  และเรื่องการดูแลตัวเองแฟนกับผมไปซื้อของด้วยกันก็จะซื้อครีมหรือโฟมล้างหน้าที่เหมือนกัน แต่จุดวางของครีมของผมกับเธอนั้นจะอยู่คนละที่ซึ่งบางทีผมก็ไปใช้ของเธอ ซึ่งเธอจะโกรธมากเพียงแค่ว่าผมใช้ครีมเธอไปเยอะ

แต่ผมจะบอกว่าใช้ของผมก็ได้เพราะครีมก็ตัวเดียวกัน แต่สุดท้ายเธอก็เถียงชนะผม เรื่องต่อมาคือการผิดนัด เธอผิดนัดผมไม่ผิดซึ่งส่วนใหญ่เธอจะผิดนัดหรือมาสายมากกว่าผมเสียอีกซึ่งผมไม่ได้ว่าอะไรเพราะยังไงก็ได้เจอกัน แต่ถ้าผมมาสายหรือผิดนัดเมื่อไหร่เธอจะงอน เพราะสำหรับผมการที่ผู้ชายมาสายถือว่า

ไม่เป็นการให้เกียรติกับคู่นัดหรือผู้หญิงเลย และเรื่องที่ผู้ชายหลายคนเจอกันมาเหมือนกันหมดคือ ผู้หญิงจะงอนกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง เช่น เธอฝันว่าเรามีชู้ หรือ เธองอนแต่เราไม่รู้ซึ่งเธอไม่บอกว่าเรื่องอะไรแต่เธอจะบอกว่า ไม่ได้งอนอะไร หรือไม่ได้เป็นอะไร ผมคบกับผู้หญิงมาหลายคนปัญหาก็เหมือนเดิม

เกือบทุกอย่างผมพยายามปรับตัวจากการที่ผมได้เจอมากับตัวกับคนก่อนๆ สุดท้ายผมเองก็ผิด ผิดที่ไม่รู้ว่าเธองอน ผิดที่ไม่รู้ว่าวันไหนเป็นวันครบรอบของเรา ผิดที่ไม่รู้ว่าเธอยากกินอะไรตอนที่เธอเป็นประจำเดือนและถ้าทำไม่ถูกใจเธอเมื่อไหร่ผมโดนเธอเล่นงานแน่ๆ สุดท้ายก็เลยลองที่จะไปคบกับผู้ชายดูสักครั้ง

   และเมื่อผมได้ลองคบกับผู้ชายดูสักครั้ง ครั้งแรกที่ผมได้จีบก็เป็นรุ่นเดียวกัน แต่กันตกลงกันว่าจะยังไม่บอกใครว่าเราจีบกันหรือไปเที่ยวด้วยกันจนกว่าจะได้คบกันจริงๆ ผมเองไม่ได้อะไรกับสิ่งที่เขาบอก เราก็ไปเที่ยวด้วยกันซึ่งถ้าดูในมุมมองของคนทั่วไปคือเพื่อนที่ไปเที่ยวด้วยกัน

เราจะตามใจซึ่งกันและกัน ซึ่งนั้นเป็นเรื่องปกติของผู้ชายที่จะเข้าใจกันทุกอย่างเพราะก็ผู้ชายด้วยกันทั้งคู่ ไปดูหนัง ไปทานข้าว หรือไปออกกำลังกายด้วยกัน เขาจะช่วยเป็นเทรนเนอร์ให้ผมเวลาไป Fitness Center ด้วยกัน ผมก็รู้สึกดีที่ยังมีคนที่ยังเข้าใจเราแต่ผมก็ยังมองผู้หญิงยังชอบผู้หญิงอยู่เหมือนกัน

แต่ด้วยความที่เหมือนกันผมกับเขาที่โลกส่วนตัวที่สูงมากเหมือนกัน รักกันแต่ก็ต้องให้ความเป็นส่วนตัวเหมือนกัน แต่ด้วยความที่ให้กันมากเกินไปทั้งคู่เลยเลือกที่จะอยู่คนเดียว ต่อมากับการที่มีแฟนเป็นผู้ชายที่มีเข้ามาก็ต้องยอมรับว่า มีทั้งดีและไม่ดี ทั้งรักจริงและหลอกลวง บางครั้งก็คิดว่าความรักของเพศที่ 3

จะมีจริงหรือเปล่า แต่ก็ได้มาเจอกับรุ่นน้องหนึ่งที่ห่างกัน 10ปี คบกันยาวมาก แต่ก็ต้องมาจบกันตรงที่เขาตัดสินคนๆจากอดีตที่ผมได้เคยทำลงไป ผมพยายามทำให้ปัจจุบันมันดีที่สุดเพื่อให้เขาลืมกับสิ่งทีผมทำลงไปกับเขา แต่สุดท้ายผมทำไม่ได้เรา 2คนก็เลยเลือกที่จะเป็นพี่น้องกัน จนทุกวันนี้เราก็คุยกันธรรมดาเป็นเหมือนพี่น้องกันทั่วไปถือว่าจากกันด้วยดี

   หลังจากนั้นผมก็ได้กลับไปคบกับผู้หญิงซึ่งผมก็บอกเธอไปตรงๆว่าผมเคยคบกับผู้ชายมาก่อนซึ่งในตอนแรกๆเธอรับได้และเราก็คบกันมาเรื้อยๆ เพื่อนรอบข้างของเธอจะพยายามบอกเธอตลอดว่า ผมนั้นเป็นเพศที่ 3 เพศที่ 4 อย่าไปคบกันเลยยังไงสุดท้ายก็ต้องกลับไปคบกับผู้ชาย

ซึ่งเธอเชื่อเพื่อนของเธอมากกว่าเชื่อผม สุดท้ายเขาก็ไปจากผมอีกคน สำหรับผมเธอไม่ผิดที่จะเชื่อเพื่อนของเธอมากกว่าผม และผมเองก็คิดว่าตัวเองก็ไม่ผิดที่จะคบกับผู้ชายมาก่อนเหมือนกัน
สำหรับผม ผมไม่ได้มองว่าการที่ผมจะคบกับใครสัก เขาเป็นเพศอะไร หรือเป็นอะไรมาก่อน

ความรักของผมคือการที่ผมได้รักใครสักคนและเขาคนนั้นก็รักผมเหมือนกัน ผมจะไม่สนใจสายตาคนอื่นว่าจะมองยังไง เพราะสุดท้ายแล้วคนที่ผมต้องคำนึงถึงความรู้สึกเขาคนนั้นมากที่สุดคือคนที่เขาอยู่กับผมทุกสถานการณ์ไม่ว่าจะดีหรือร้ายมากแค่ไหน คนที่เขาจะใช้ชีวิตกับเขาไปจรกว่าผมจะตายไปจากโลกนี้ และถึงสุดท้ายเธอหรือเขาเลือกที่จะไป ผมก็ไม่ห้ามหรือยื้อไว้เพราะถือว่าเธอหรือเขาได้เลือกคำตอบให้กับตัวเองแล้ว