ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนวัดเขาปิ่นทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1
วันที่ 26 มกราคม 2022 12:02 PM
b-school03
logo-cโรงเรียนวัดเขาปิ่นทอง

เรื่องมหัศจรรย์

  • 0 ตอบ
  • 639 อ่าน
เรื่องมหัศจรรย์
« เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2020, 11:44:46 AM »
ความมหัศจรรย์ หรืออภินิหารต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับข้าพเจ้า

     
ความเชื่อในเรื่องพุทะคุณของสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นมีอยู่ในทุกคน ว่าแต่จะมากหรือน้อยต่างกันเท่านั้น บางท่านเชื่อมากก็ศรัทธามาก บางท่านเชื่อน้อยก็ศรัทธาน้อย บางท่านไม่เชื่อก็ไม่ศรัทธา ก็ขึ้นอยู่กับว่าใครเรียนรู้ หรือไม่มาอย่างไร แต่สำหรับผมแล้วความเชื่อในเรื่องดังกล่าวมีอยู่ในตัวมากพอสมควร และศรัทธาอยู่เสมอมิได้ขาด อาจเป็นเพราะว่าผมได้ประสบมาด้วยตัวเองหลายครั้งก็เป็นได้ แม้ไม่เชื่อก็อย่าได้ลบหลู่เดินสายกลางไว้ก็จะเป็นการดีที่สุด เพราะสิ่งที่เรียกว่าอภินิหารนั้น หรือสิ่งที่ไม่อาจเป็นไปได้นั้นบางครั้งเมื่อถึงคราว หรือเข้าตาจนมันก็เกิดขึ้นได้ เข้าตำราที่ว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิดนั่นไง ดังนั้นสิ่งเหล่านี้ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่

     ส่วนใหญ่แล้วเรื่องความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์นี้ มักจะมาพร้อมกับความงมงาย ซึ่งเป็นอุปสรรคกับความเชื่อได้ไม่น้อยทีเดียว อาจเรียกได้ว่าเป็นของคู่กันก็ได้ หรืออาจเรียกไว้ว่าถ้าไม่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็มักจะไม่มีความเชื่อ ซึ่งความเชื่อนี้ถ้าไปพูดกับคนไม่เชื่อก็มักจะกลายเป็นความงมงายไปได้ง่าย ๆ เสียด้วย ดังนั้นถ้าจะมีความเชื่อก็ควรอยู่ให้ห่างจากความงมงายได้จะเป็นการดี

     สิ่งที่ผมเชื่อในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ก็ได้แก่ พุทธคุณของพระสมเด็จ ซึ่งก็คงไม่ใช่อื่นไกลได้แก่พุทธคุณของท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี แห่งสำนักวัดระฆัง ซึ่งได้เกิดกับผมหลาย ๆ ครั้ง และทำให้ได้มีวันนี้ ได้แก่

     สมัยไปรับราชการอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี สมัยนั้นถนนหนทางยังไม่เจริญเหมือนทุกวันนี้ ผมมีที่พักอยู่ในสวนทุเรียนแห่งหนึ่ง อยู่แถว ๆ อำเภอกระทิง ห่างออกไปจากตัวจังหวัดประมาณ 6-70 กม. มีชาวบ้านอาศัยอยู่ใกล้เคียงอีก 5-6 ครอบครัว ทุกคนมีอาชีพทำสวนเงาะ และสวนทุเรียน การคมนาคมสมัยนั้นไม่สะดวกบางครั้งต้องเดิน หรือใช้ม้าและเกวียน การสือสารไม่ตองพูดถึงเพราะไม่มีแม้แต่โทรศัพท์พื้นฐาน ไม่ต้องพูดถึงมือถือหรือคอมพิวเตอร์ลืมไปได้เลย

     อยู่มาวันหนึ่งมีชาวบ้านมาหาขอรัองให้ช่วยเนื่องจากลูกสาวของเขาอายุประมาณสิบกว่า ๆ ป่วยมีอาการปวดท้องอย่างมาก ผมเป็นคนเดียวที่มีรถกระบะเขาจึงมาขอร้องให้ช่วยพาไปส่งโรงพยาบาลในเมืองจันทร์ให้หน่อย ผมเห็นว่าเป็นคนกันเองก็จึงได้ช่วยไว้ แต่ก่อนที่จะเดินทางไปหาหมดผมเห็นว่าลูกสาวเขาที่กำลังป่วยนั้นมีอาการที่ไม่น่าไว้ใจ จะหายาให้ก็ไม่มีความรู้พอ จะมีก็แต่พระสมเด็จองค์เดียว ซึ่งผมเองก็พอมีความรู้เรื่องนี้อยู่บ้าง

     ได้แก่ เมื่อถึงคราวเข้าตาจนพระสมเด็จซึ่งเป็นพระที่มีพระพุทธคุณรอบด้านจะสามารถช่วยได้ โดยเฉพาะเรื่องการรักษาอาการต่าง ๆ ด้วยการนำองค์พระสมเด็จแช่ในน้ำและให้ท่องคาถาชินบัญชรให้ได้ 3 จบ นำน้ำที่แช่องค์พระสมเด็จนั้นให้คนป่วยดื่มแล้วอาการป่วยจะค่อย ๆ ทุเลา และหายเป็นปกติได้ในที่สุด ผมเองก็เลยลองทำดูแต่ไม่ลืมขออนุญาตผู้เป็นพ่อของเด็ก ซึ่งก็ได้รับคำยินยอมโดยดี ผมเริ่มพิธีประมาณไม่ถึง 10 นาที

     แล้วนำน้ำที่แช่องค์พระสมเด็จมาให้เด็กดื่ม ไม่น่าเชื่อว่าพอดื่มได้สักอึกเดียว อาการที่ปวดท้องร้องจะเป็นจะตายก็หายเป็นปลิดทิ้ง เด็กเริ่มพูดได้และเข้ามาขอบคุณผมรวมทั้งพ่อแม่ของเด็กด้วย เป็นอันว่าคืนนั้นไม่ต้องเดินทางเข้าเมืองเพื่อไปหาหมอ รุ่งเช้าเด็กก็สามารถที่จะไปโรงเรียนได้ตามปกติ เรื่องนี้กลายเป็นทอกซ์ออฟเดอะทาวน์ได้ชั่วข้ามคืนว่าผมมีของดีสามารถรักษาอาการปวดท้องของผู้ป่วยได้

     อีกเรื่องหนึ่งที่เกิดกับผมโดยตรง อาจเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับพุทธคุณของพระสมเด็จ แต่ก็เกี่ยวกับพุทธคุณของเหรียญพระเครื่องเช่นกัน ได้แก่ พระเครื่องของหลวงปู่ทิมวัดระหารไร่ จังหวัดระยอง เป็นเหรียญเจริญพรล่าง ลักษณะเป็นเหรียญเนื้อทองแดงรมดำรูปไข่ สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2517 ด้านหน้าเป็นองค์หลวงปู่ทิมนั่งสมาธิ ส่วนด้านหลังเป็นยันต์ของหลวงปู่ เหรียญนี้นักว่าเป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมอย่างสูง มีทั้งเนื้อเงิน และเนื้อนวะโลหะ ส่วนเหรียญองค์ที่อยู่กับผมนี้เป็นเนื้อทองแดงธรรมดา เรื่องมีอยู่ว่า ประมาณ ปี พ.ศ. 2523 ผมได้ไปประจำทำงานอยู่ที่ อ.ศรีราชา จังหวัดชลบุรี มีบ้านพักอยู่ที่ในตัวอำเภอ แต่ห่างจาก

     ผู้คนสักหน่อย ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณ 20.00 น. ขณะที่กำลังนั่งดูข่าวในพระราชสำนัก มีคนร้ายบุกเข้ามาทางหน้าต่างห้องครัว ด้วยการทุบกระจกหน้าต่างแตกแล้วปีนเข้ามา คนร้ายมีปืนลูกโม่ในมือ 1 ประบอก ผมได้ยินเสียงกระจกแตกดังเพล้ง จึงวิ่งเข้าไปหยิบมีดสปาต้ายาวประมาณ 1 ฟุตออกมาจากห้องนอนถือไว้ในมือพลางเดินเข้าไปยังต้นเสียงซึ่งอยู่ในห้องครัว โดยยังไม่ทราบว่าคนร้ายมีปืน พอประจันหน้ากับคนร้าย มันยิงผมทันที 2 นัด

     แต่กระสุนด้าน ผมรู้ได้ทันทีว่ามันเหลือกระสุนอีก 4 นัด ผมไม่รอแล้วเมื่อมันยิงไม่ออกทำให้ผมมีกำลังใจขึ้นมา ตรงเข้าประชิดแต่ก่อนที่จะถึงตัวมันกระสุนก็ลั่นขึ้นอีก 1 นัด คราวนี้ไม่พลาดกระสุนโดนเฉียง ๆ เข้าที่ไหปลาร้าซ้ายของผมเฉียด ๆ แต่ก็ทำให้ได้เลือดทีเดียว เท่านั้นเองเหมือนเลือดเข้าตาผมพุ่งเข้าหามันพร้อมกับเสยปลายมีดสปาต้าออกไปเต็มแรง เข้าเป้าได้อย่างถนัด เพราะเสียบเข้าที่ลิ้นปี่ของมันเต็มแรง เข้าไปเกือบมิดปลายแหลม มันไม่ร้องสักคำ และล้มลงผมเข้าใจว่ามันขาดใจตายตั้งแต่ปลายมีดเสียบแต่แรกแล้ว ทั้งเลือดผมและเลือดคนร้ายนองพื้นไปหมด ศพคนร้ายนอนอยู่ที่พื้นห้องหน้าเครื่องรับทีวี

     ส่งตัวผมเองเจ็บตอนนั้นรู้ตัวว่าไม่มาก เพราะยังออกมาขับรถไปโรงพยาบาลสมเด็จ ณ ศรีราชาได้ด้วยตนเอง ส่วนมีอสปาต้าผมทิ้งไว้ข้างศพคนร้าย รุ่งเช้ามีญาติมาเล่าให้ฟังว่าพอผมออกไปแล้วก็มีตำรวจมาเก็บมีดและปืนคนร้ายไป พร้อมกับมอบศพคนร้ายให้มูลนิธินำไปวัด สุดท้ายเรื่องก็เงียบไปอาจเป็นเพราะว่าคนร้ายไม่มีหัวนอนปลายเท้า ในศพไม่มีหลักฐานว่าเป็นใครมาจากไหน ถามใครก็ไม่มีใครรู้จัก ต่อมาผมเองให้การกับตำรวจว่าผมก็ไม่รู้จัก

     และไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุอะไรที่คนร้ายเข้ามายิงผมถึงในบ้าน ต่อมาไม่นานผมก็ย้ายเข้ากทม. และไม่ได้ไปที่ศรีราชาอีกเลย แต่เรื่องที่ผมยังกังขาอยู่ทุกวันนี้ได้แก่ คืนนั้นนอกจากผมมีมีดสปาต้าแล้ว ในมืออีกข้างผมกำเหรียญหลวงปู่ทิมรุ่นเจริญพรไว้ด้วย แต่เหตุที่ผมต้องโดยยิงก็ได้แก่ ผมจำได้ว่าผมเอ่ยปากด่าแม่คนร้ายออกไปคำนึก ซึ่งเรื่องนี้เป็นข้อห้ามอย่างยิ่งว่าไม่ควรกล่าวคำหยาบ ซึ่งถ้าคืนนั้นผมไม่พลั้งปากด่าออกไปกระสุนที่คนร้ายยิงมาที่ผมก็คงด้านอีกเหมือน 2 นัดแรกนั่นเอง เรื่องนี้ผมจำจนวันตายว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นห้ามด่าคำหยาบเด็ดขาด ยิ่งถ้าอยู่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานด้วยแล้วยิ่งไม่สมควรอย่างยิ่ง การณ์ครั้งนั้นเป็นเสมือนตัวอย่างให้ผมได้เห็นเห็นอย่างดีทีเดียว
นี่ก็คือ 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผม และมันก็ผ่านมาหลายปีแล้ว แต่ทั้งพระสมเด็จ โต และเหรียญหลวงปู่ทิมผมก็ยังเก็บไว้กับตัวตลอดเวลา และนำติดตัวไปด้วยทุกครั้งที่ต้องเดินทาง....