ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนวัดเขาปิ่นทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1
วันที่ 2 มีนาคม 2024 2:59 AM
b-school03
logo-cโรงเรียนวัดเขาปิ่นทอง
หน้าหลัก » นานาสาระ » เศรษฐกิจพอเพียง กับความพอเพียงที่เราสามารถทำเองได้ง่ายๆและทำได้จริง

เศรษฐกิจพอเพียง กับความพอเพียงที่เราสามารถทำเองได้ง่ายๆและทำได้จริง

อัพเดทวันที่ 28 ตุลาคม 2020 เข้าดู ครั้ง

เศรษฐกิจพอเพียง เราสามารถทำเองได้จริงหรือไม่ และความพอเพียงเราทำเองได้จริงหรือเปล่า

เศรษฐกิจพอเพียง เมื่อกล่าวถึงคำว่าความพอเพียงแล้ว  ผมคิดว่าเราสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับทุกบริบทของการใช้ชีวิต และผมถือว่าความพอเพียงเป็นความจำเป็นที่จะทำให้เราสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างมีความสุขและสงบเย็นบนสังคมโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งแข่งขันชิงดีชิงเด่นและให้ความสำคัญกับทรัพย์สินเงินทองตลอด

จนกระทั่งวัตถุสิ่งของที่เป็นสิ่งที่คนในสังคมทุกวันนี้ใช้เป็นเครื่องชี้วัดความแตกต่างและสถานะระดับชั้นทางสังคม มันเป็นกระแสและทิศทางที่ผมเชื่อว่ากำลังนำพาสังคมโลกไปสู่ความหายนะ ผมเองก็เคยมีวิธีคิดและทัศนคติในการใช้ชีวิตภายใต้กระแสที่กล่าวมาข้างต้น ผมเคยทำงานอยู่ในบริษัทเอกชนในตำแหน่งระดับผู้บริหารมีเงินเดือนค่อนข้างสู

และหลงใหลไปกับวิถีชีวิตที่ผูกพันอยู่กับความฟุ้งเฟ้อความมีหน้ามีตาในสังคม ความทันสมัยซึ่งเป็นค่านิยมที่เราเห็นกันเป็นปกติในสังคมเมืองใหญ่ในประเทศของเราและในโลกใบนี้ ตัวผมเองเคยได้รับรู้และได้ยินคำว่าเศรษฐกิจพอเพียงดังพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 มาแล้วหลายๆครั้งมาเป็นเวลานาน

แต่ก็ไม่เคยนำมาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตเลย ยังคงใช้ชีวิตไปตามปกติด้วยความประมาทและไม่เคยเตรียมตัวรับสถานการณ์เลวร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นกับชีวิต แล้ววันหนึ่งก็ได้เกิดอุบัติเหตุครั้งสำคัญขึ้นกับชีวิตของผม คือบริษัทที่ผมทำงานอยู่มีหนี้สินเพิ่มขึ้นมากจนใก้ลจะอยู่ในภาวะล้มละลาย ผมถูกเชิญให้ออกจากงาน

แบบเกษียณอายุก่อนกำหนดเมื่อเจ็ดปีที่แล้ว โดยที่บริษัทได้มอบเงินก้อนจำนวนหนึ่งให้ผมตามกฏหมายแรงงาน เงินจำนวนนี้เป็นเหมือนเงินก้อนชดเชยให้พนักงานให้ยินยอมออกจากงานเพื่อพนักงานจะได้มีเงินทุนสำรองไปใช้สำหรับดำรงชีวิตต่อไป ผมได้นำเงินก้อนที่ได้รับจากบริษัทนี้และเงินสะสมจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

ตลอดช่วงการทำงานที่ผ่านมา ลงทุนธุรกิจทั้งธุรกิจที่เป็นสีขาวคือทำร้านอาหารและธุรกิจที่ออกจะเป็นสีเทาคือการออกเงินให้กู้นอกระบบ โดยผมยังไม่เคยให้ความสำคัญและเข้าใจความหมายของคำว่าความพอเพียงอย่างแท้จริงเลย ที่หนักไปกว่านั้นคือการสร้างหนี้สินเพิ่มขึ้นจนเต็มวงเงินเครดิตที่ผมมีจากสถาบันการเงิน

เนื่องจากธุรกิจสีเทาของผมได้สร้างผลกำไรและกระแสเงินสดให้เป็นจำนวนนับแสนในแต่ละเดือน ยิ่งได้รับผลกำไรก็ยิ่งเกิดความโลภยิ่งขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงวันที่ได้เกิดฟองสบู่ชีวิตของผมได้แตกออก โดยผมได้พบกับความสูญเสียในทรัพย์สินที่ลงทุนไปอันเกิดจากความโลภและการตัดสินใจที่ผิดพลาดรวมทั้งที่น่าเจ็บปวดมากไปกว่านั้น

คือผมถูกโกง โดยภรรยาของผมเองในขณะนั้น ซึ่งปัจจุบันเราได้หย่าขาดจากกันแล้ว จนผมไม่สามารถหาเงินมาใช้หนี้ สถาบันการเงินที่ผมไปกู้หนี้มาได้ ผมสามารถกล่าวอย่างไม่ละอายว่าขณะนั้นผมใกล้จะอยู่ในสถานะของ ของคนล้มละลายถึงขนาดที่คิดมากจนกลายเป็นโรคซึมเศร้า ในที่สุดผมก็ถูกสถาบันการเงินหลายต่อหลายแห่งฟ้อง

และให้ชดใช้เงินที่ไปกู้มาแต่ผมเองก็ตกอยู่ในสถานะที่ไม่มีปัญญาจะหาเงินไปใช้หนี้หรือประนอมหนี้กับเจ้าหนี้ได้ ในที่สุดผมก็ถูกธนาคารที่ผมเอาบ้านพักอาศัยไปจำนองยึดบ้านไป แต่ก็มีหนี้สินคงค้างรวมทั้งดอกเบี้ยอีกกว่าสี่ล้านบาท และฟ้องผมล้มละลายผมจึงอยู่ในสถานะของการถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและอยู่ในสถานะที่ต้องจะต้อง

ส่งมอบและถูกอายัติทรัพย์สินทั้งหมดที่มีอยู่ให้อยู่ในการดูแลของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กรมบังคับคดี ผมต้องส่งมอบทรัพย์สินที่ผมมีอยู่ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเงินฝากในธนาคาร, กองทุนต่างๆ ที่ไปลงทุนไว้ตลอดจนการลงทุนอื่นให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพื่อรวบรวมเงินไปใช้หนี้ให้เจ้าหนี้ต่อไป วันนี้ผมตกอยู่ในสถานะของคนล้มละลายแล้ว

โดยศาลได้มีคำสั่งเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา วันนี้ผมกล้าพูดได้อย่างเต็มปากว่าผมเป็นคนจนและต้องอยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัวและห่างหายออกไปจากสังคมเดิมๆ และเพื่อนฝูงที่มีสถานะทางหน้าที่การงานและสังคมที่ดีกว่าผม ผมเหลือเพื่อนที่พอจะเข้าใจผมและพูดคุยกันได้เพียงสองสามคน แต่ผมก็กลับรู้สึกสงบในจิตใจมากกว่า

เศรษฐกิจพอเพียง

เมื่อสมัยที่ผมยังมีทั้งทรัพย์สินเงินทองและสถานะทางสังคมที่ต่างจากวันนี้ เนื่องจากบ้านของผมที่ต่างจังหวัดถูกธนาคารยึดไปแล้วผมจึงจำเป็นต้องกลับมาใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯอีกครั้งเหมือนสมัยที่ผมยังทำงานบริษัทอยู่ เพื่อทำงานหาเลี้ยงชีวิตต่อไปให้ได้ สิ่งทั้งหลายที่เกิดขึ้นกับผมทำให้ผมต้องมาตั้งสติทบทวนถึงการใช้ชีวิต

ที่ผ่านมาและเริ่มเข้าใจแล้วว่าผมจะเริ่มต้นเริ่มต้นชีวิตใหม่และจะใช้ชีวิตในช่วงเวลาที่เหลือต่อไปอย่างไรจึงจะอยู่รอดได้นั่นคือผมจะต้องดำเนินชีวิตอย่างมีสติ มีสัมมาทิฐิและอยู่กับความเป็นจริงบนวิถีของการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ผมจึงกลับไปศึกษาความหมายของคำว่าเศรษฐกิจพอเพียงของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 อย่างจริงจัง

ซึ่งพระองค์ท่านประสงค์ที่จะให้คนไทยในทุกระดับตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับประเทศ สามารถดำรงชีวิตในสภาพเศรษฐกิจและสังคมปัจจุบันโดยสามารถพึ่งพาตัวเองได้โดยใช้จ่ายให้เหมาะสมตามฐานะของตัวเองอย่างมีเหตุผล, มีภูมิคุ้มกันตนเองและมีความรอบรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงและความเป็นไปตามสภาพเศรษฐกิจ

และสังคมโลก สิ่งที่สำคัญที่ผมตั้งใจว่าจะนำมาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตคือพระราชดำรัสของพระองค์ท่านที่ว่า “ความพอเพียงในการดารงชีวิต ซึ่งเป็นเงื่อนไขพื้นฐานที่ทำให้คนไทยสามารถพึ่งตนเอง และดำเนินชีวิตไปได้อย่างมีศักดิ์ศรีภายใต้อานาจและความมีอิสระในการกาหนด ชะตาชีวิตของตนเอง ความสามารถในการควบคุม

และจัดการเพื่อให้ตนเองได้รับการสนองตอบต่อความต้องการต่างๆ รวมทั้งความสามารถในการจัดการปัญหาต่างๆ ได้ด้วยตนเอง สรุปเศรษฐกิจพอเพียง ในอนาคตผมตั้งความหวังไว้ว่าจะกลับไปใช้ชีวิตบั้นปลายเป็นเกษตรกรที่มีที่ดินผืนเล็กๆสักผืนและทำการเกษตรตามแนวทางทฤษฎีใหม่ของพระองค์ท่าน ซึ่งผมคงสามารถทำงานเกษตรตามกำลังที่พอมี

ใช้ชีวิตอย่างประหยัดและรักษาสุขภาพ บริโภคอาหารกายและอาหารใจที่บริสุทธิ์สะอาดพอเพียง และดำเนินชีวิตตามหลักธรรมขององค์พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าและยึดแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9ของเรา ซึ่งผมเชื่อว่านี้คือเป็นหนทางรอดในชีวิตของผมอย่างแท้จริง

นานาสาระ ล่าสุด