ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนวัดเขาปิ่นทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1
วันที่ 13 เมษายน 2024 3:03 AM
b-school03
logo-cโรงเรียนวัดเขาปิ่นทอง
หน้าหลัก » นานาสาระ » พญานาค นิทานเรื่อง ภูนางเคียง

พญานาค นิทานเรื่อง ภูนางเคียง

อัพเดทวันที่ 25 มกราคม 2021 เข้าดู ครั้ง

พญานาค นิทานน่าอ่านเรื่อง ภูนางเคียง

พญานาค ในอดีตกาลมีนาค 2 ตนผัวเมียอยู่ครองคู่กันในเมืองใต้บาดาลมาหลายร้อยปีแล้ววันนึงพญานาคตนนั้นได้เห็นถึงพระสงฆ์ชราที่มีกิริยางดงามน่าเลื่อมใสเดินทางผ่านป่าลึกที่ด้านล่างคือวิมานของตน และคู่ครองเมื่อพญานาคเห็นพระสงฆ์รูปนั้นก็เลื่อมใสจึงได้แปลงกายเป็นชาหนุ่มรูปงามมาใส่บาตร และได้ขอฟังธรรมจากพระสงฆ์รูปนั้น

พระสงฆ์รู้ด้วยญาณว่าชายหนุ่มรูปงามผู้นี้หาใช่มนุษย์แต่ก็ไม่ได้รู้สึกกลัวหรือรังเกียจจึงได้แสดงทำให้ชายหนุ่มฟังเมื่อได้ฟังธรรมจากพระธุดงค์แล้วพญานาคตนนี้ก็เกิดความเลื่อมใสเป็นอันมากตฃจึงอยากจะออกบวชและปฏิบัติวิปัสนาตามคำสอนของสัมมาสัมพุทธเจ้าเพื่อหวังให้หลุดพ้นจากวัตสงสาร “กระผมอยากจะบวชเป็นพระในพระพุทธศาสนา

เพื่อเรียนรู้พระธรรมคำสองของพระพุทธเจ้าเสียเหลือเกิน พระคุณเจ้าคิดว่าจะเป็นไปได้กรือไม่ขอรับ” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยความนอบน้อม “อาตมาไม่ตอบโยมก็คงรู้ดีว่าเป็นไปไม่ได้” พระสงฆ์ชราตอบคำถามของชายหนุ่ม “ทำไมละขอรับเมื่อผมมีความตั้ใจจริงเหตุใดจึงบวชไม่ได้” “ในข้อบัญญัติของการบวชนั้นมีกำหนดเอาไวเแล้ว แล้วโยมเอง

ก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าทำไมโยมถึงบวชไม่ได้” พระสงฆ์ไม่ไดขยายความว่าเหตุใดเขาจึงบวชไม่ได้ เพราะคิดว่าชายหนุ่มแปลงกลายคนนี้ก็ต้องรู้อยู่แล้วเหมือนกันว่าทำไมตนเองถึงบวชไม่ได้ พญานาคหนุ่มพอได้ฟังก็รู้สึกเศร้าเป็นอันมาก ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยฟังเรื่องเช่ากับนาคที่ต้องการบวชเป็นพระจนสู้อุตส่าห์แปลงกายมาจนได้เข้าพิธีอุปสมบททว่าสุดท้าย

ก็กลายร่างกลับเป็นนาคดังเดิมจนพระพุทธองค์ทรงเห็นความคฃตั้งใจและให้เอ่ยเรียกชายที่กำลังจะบวชว่านาคต่อเมื่อได้เข้าพิธีอุปสมบทแล้วถึงจะเรียกได้ว่าเป็นพระ “โยมบวชไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะขอให้โยมหมั่นศึกษาคำสอนของพระพุทธองค์เพื่อเป็นการสั่งสมบุญบารมีเถิด เกิดชาติหน้าฉันใดโยมอาจจะได้บวชอย่างที่สมใจไว้”

พระชาารูปนั้นเอ่ยปลอบใจพญานาค ตลอดเวลาที่พระสงฆ์ชราได้อยู่ปฏิบัติธรรมที่กลางป่าแห่งนี้นาคตนนี้ก็แปลงกายเป็นชายหนุ่มมาคอยดูแลปรนนิบัติอย่างดีการที่นาคตนนี้มาคอยปรนนิบัติและคอยฟังธรรมรวมถึงฝึกวิปัสสนากับพระสงฆ์ชรา ทำให้เขาห่างเหินกับนางนาคีที่เป็นคู่ครองที่เคยอยู่ร่วมกันมานานหลายร้อยปีจากที่เคยอยู่ชิด

ใกล้ร่วมพิศวาสกันก็ไม่เคยเข้ามาใกล้ชิดซ้ำยังทำเหมือนเบื่อเรื่อโลกีย์อีก ด้วยที่ตั้งมั่นว่าจะปฏิบัติธรรมตามคำชี้แนะตามที่พระสงฆ์ชราบอกนางนาคีได้ไต่ถามว่าเหตุใดถึงเป็นเช่นนั้นพญานาคตนนี้ก็ไม่ได้ตอบอะไรแต่ก็ออกจากวังไปตั้งแต่เช้าตรู่ แล้วกว่าจะกลับก็เลยเวลาล่วงเลยมาค่อนคืนวันหนึ่งนาคีได้แอบติดตามไปจึงได้พบว่าคู่ครอง

พญานาค

ของตันเองนั้นกำลังมุ่งมั่นกับการปฏิบัติธรรมนางก็เกิดความรู้สึกหวั่นเกรงขึ้นว่าวันหนึ่งอาจจะโดนทอดทิ้งให้อยู่ลำพังอย่างเดียวดายในชีวิตอันแสนยืนยาวของนาง จนเมื่อถึงวันหนึ่งคือเมื่อครบกำหนดที่นาคต้องขึ้นจากวังไปคายพิษอันเป็นสิ่งที่นาคทุกตนต้องทำนางได้แอบไปพบพระภิกษุชราแล้วได้ขอร้องพระสงฆ์รูปนั้น ช่วยบอกคู่ครอง

ของนางเลิกคิดที่จะปฏิบัติธรรมตามรอบพระพุทธองค์เสียแต่พระภิกษุไม่ยอมทำตามที่นางร้องขอ และได้เอ่ยเตือนไปว่าไม่ว่าคนหรือสัตว์หรือสิ่งมีชีวิตใดๆ ในโลกนี้ล้วนย่อมเป็นไปตามกรรมกำหนดตนไม่มีสิทธิ์จะไปห้ามปรามหรือเปลี่ยนแปลงอะไรได้นางนาคีได้ฟังก็โกรธอย่างไม่คิดหน้าคิดหลังพ่นพิษใส่พระภิกษุชรารูปนั้นจนสิ้นชีวิตไป

จากนั้นก็ได้กลับไปเมืองของตนใต้เมืองบาดาล แล้วพญานาคก็เดินทางมาพบกับพระภิกษุชราเพื่อหวังจะฟังธรรมต่อ ก็ได้พบว่าพระภิกษุชราได้มรณภาพไปเสียแล้วเมื่อเข้าไปตรวจดูก็พบว่าสิ้นลมเพราะพิษอันร้ายแรงของนาคี ไม่ต้องสืบสาวเรื่องราวใดๆ พญานาคตนนี้ก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นฝีมือนางนาคีคู่ชีวิตของตนนั้นเองเข้าจึงได้รีบเดินทาง

กลับไปที่ใต้บาดาลเพื่อต่อว่านางที่ทำผิดหนักโดยการฆ่าพระสงฆ์ “ที่ข้าต้องทำ ก็เพราะท่านกำลังจะทิ้งข้าไป ข้าจะอยู่อย่างไรได้หากคฃต้องอยู่อย่างเพียงลำพังโดยไม่มีท่านตลอดอายุไขอันยืนยาวนี้” นางนาคีเอ่ยอ้างถึงเหตุผลที่ตนได้ทำผิดครั้งใหญ่หลวง “ข้าเพียงแค่ไปฟังธรรม และปฏิบัติ เจ้าก็รู้ดีว่าเดรัจฉานนั้นไม่อาจบรรลุธรรมได้”

พญานาคเอ่ยกับนางราคีอย่างนั้น ถึงมันบรรลุธรรมไม่ได้แต่มันก็ทำให้ท่านห่างจากข้าไปทุกทีๆ นางนารีเอ่ยแย้ง “ถ้ามันมีอะไรที่จะทำให้ข้าห่างจากเจ้าไปก็คงจะมีแต่ตัวเจ้าเองนั้นแหละ” เมืาอเอ่ยเช้นนี้เค้สก็เดินหนีออกจากนางมาเสียทิ้งให้นางนาคีร้องตะโกนก้องเรียกให้เขาหวนกลับคืนอยู่เช่นนั้น กาลเวลาผ่านไปพญานาคตนนี้ยังคง

ยึดมั่นกับการฝึกวิปัสสนาแม้จะรู้ว่าตนเองไม่อาจอุปสมบทหรือบรรลุธรรมได้แต่ก็ยังอยากปฏิบัติเอาไว้เพื่อเป็นทุนสำหรับตัวเอง และต่อมาก็มีพระภิกษุออกเดินทางธุดงค์มาถึงถิ่นที่เขาอาศัยอยู่พญานาครู้สึกปิติและดีใจอย่างมากที่จะได้ไปฟังธรรมเขาจึงแปลงกายเป็นชายหนุ่มไปปรนนิบัติพระสงฆ์รูปนั้นและขอฟังธรรมตามโอกาสควร

ครั้งมาถึงรอบเวลาที่เขาจะไปคายพิษนางนาคีก็ได้ขึ้นมาจากใต้บาดาลแล้วได้ไปลอบทำร้ายพระภิกษุรูปนั้นแต่ไม่ถึงขั้นเสียชีวิตทำให้พระภิกษุรูปนั้นได้ธุดงค์ไปยังที่อื่นเสียเมื่อพญานาคเดินทางมาพบเพื่อจะของฟังธรรมก็ไม่พบพระภิกษุรูปนั้นแล้วเหตุการณ์เป็นเช่นนี้อยู่หลายครั้งจนพญานาคคิดว่าตนนั้นอาจจะเป็นเหตุให้พระภิกษุหลายรูป

ต้องมาลำบากเมื่อคืดได้เช่นนั้นจิตใจก็เศร้าหมองที่จะไม่ได้ฟังธรรมและวิปัสสนาอีกเมื่อจิตใจเศร้าหมองก็ทำให้กายผ่ายผอมซูบลงไปด้วยไร้ราศีแห่งพญานาคผู้มีอายุหลายร้อยปีขณะเดียวกันนั้นนางนาคีก็ทำทุกวิถีทางเพื่อขัดขวางไม่ให้เขาได้มีโอกาสฟังธรรมจากพระรูปใดได้อีกสุดท้ายด้วยความตอมใจพญานาคตนนี้ก็ได้สิ้นชีพลง

ไปในที่สุดทิ้งให้นางนาคีโศกเศร้าจนแทบจะสิ้นชีวิตตามนางเฝ้าโทษตัวเองที่เป็นเหตุทำให้คู่ชีวิตต้องจากไปเมื่อได้ไต่ตรองความผิดของตนจึงคิดได้ว่าตนเองนั้นคิดถึงแต่ตนเองไม่คิดถึงผู้อื่นเลยสักนิดนางนาคีจึงตั้งใจว่านับจากนี้ค่อไปนางจะคอยดูแลและปกป้องพระภิกษุทุกรูปที่เดินทางมาถึงที่แห่งนี้และตั้งใจรอคอยให้พญานาคคู่

ชีวิตของนางได้กลับชาติมาเกิดอีกครั้งกาลเวลาผ่านไปเนินนานนับร้อยๆ ปรในที่สุดด้วยดวงจิตที่ผูกพันกันนางนาคีก็รับรู้ได้ว่าคู่ครองได้กลับชาติมาเกิดใหม่แล้วเป็นเด็กชายที่มีนิสัยดีมีเมตตาจิตใจอ่อนโยนไม่คิดรังแกหรือเบียดเบียนผู้ใดแม้ผู้นั้นจะเป็นเพียงสัตว์เล็กๆก็ตามนางนาคีได้แอบลอบมาดูคู่ครองของนางนร่สงบองเด็กชายหน้าตาจิ้มลิ้มด้วยความชื่นชมแต่ไม่กล้าปรากฏกายให้เขาได้เห็นเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปโปรดติดตามตอนต่อไป

 

อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มได้ที่ > หนัง

นานาสาระ ล่าสุด