ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนวัดเขาปิ่นทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1
วันที่ 2 มีนาคม 2024 4:46 AM
b-school03
logo-cโรงเรียนวัดเขาปิ่นทอง
หน้าหลัก » นานาสาระ » ความทรงจำที่ปักกิ่ง กับสถานที่ท่องเที่ยวที่ผู้คนนิยมไปเรียนและเที่ยว

ความทรงจำที่ปักกิ่ง กับสถานที่ท่องเที่ยวที่ผู้คนนิยมไปเรียนและเที่ยว

อัพเดทวันที่ 6 มกราคม 2021 เข้าดู ครั้ง

ความทรงจำที่ปักกิ่ง กับสถานที่ท่องเที่ยวที่ผู้คนนิยมไปเรียนและเที่ยว

ความทรงจำที่ปักกิ่ง เมื่อปี พ.ศ. 2534 ตอนนั้นผู้เขียนทำงานอยู่ที่องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ในปีนั้นมีโอกาสได้ทุนไปเรียนในหลักสูตรทางด้านโครงข่ายคอมพิวเตอร์ที่นครปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นเวลาประมาณ 3 เดือน โดยเป็นทุนสนับสนุนจาก UNDP หรือ United Nation Development Program ของสหประชาชาติ การเดินทางไปเมืองจีนในครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่ได้ขึ้นเครื่องบินและเป็นการเดินทางไปต่างประเทศเป็นครั้งแรกในชีวิต 

ผู้เขียนเดินทางไปถึงปักกิ่งประมาณหนึ่งทุ่มตามเวลาที่นั่น ตอนนั้นสนามบินที่ปักกิ่งเป็นสนามบินเก่าไม่ทันสมัยเหมือนทุกวันนี้ ผู้เขียนไปแลกเงินดอลล่าร์ทีสนามบินเป็นเงินหยวนสำหรับนักท่องเที่ยวแล้วเรียกรถแท็กซี่จากสนามบินไปยังที่พักที่มหาวิทยาลัยการไปรษณีย์และโทรคมนาคมปักกิ่ง (Beijing University of Posts and Telecommunications) ที่พักในมหาวิทยาลัยเป็นอาคารพักสำหรับนักศึกษาชาวต่างชาติ 

หลักสูตรที่ไปเรียนนี้มีเพิ่อนร่วมชั้นเรียนจากประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียแปซิฟิกจำนวนประมาณ 30 คน ผู้เขียนเป็นนักเรียนจากประเทศไทยเพียงคนเดียว บางชาติก็มีสองคน ประเทศที่ส่งตัวแทนเข้ามาร่วมชั้นเรียนเท่าที่จำได้มี จีน ไทย ฟิลิปปินส์ ปากีสถาน ศรีลังกา เวียดนาม พม่า มองโกเลีย เนปาล ศรีลังกา ฟิจิ เวสเทอร์นซามัวร์ เกาหลีเหนือ ตอนแรกก็ไม่ค่อยคุ้นเคยกันแต่พแเรียนร่วมกันไปนานเข้าก็ค่อยๆสนิทสนมกัน มีนักเรียนจีนสามคนคอยทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในปักกิ่ง ช่วงแรกๆ เราก็ต้องถามเขามากหน่อยหรือให้เพื่อนคนจีนพาไปไหนต่อไหน แต่ตอนหลังพอเริ่มคุ้นเคยกับถนนหนทางและการนั่งรถเมล์และรถไฟใต้ดินแล้วก็ไปไหนต่อไหนกันเองเมื่อมีเวลาว่างจากการเรียน 

ปักกิ่งเมื่อสมัยเกือบสามสิบปีที่แล้วต่างจากปักกิ่งทุกวันนี้มากมาย ถนนหนทางเต็มไปด้วยรถจักรยาน มีอาคารสูงๆมากแต่ส่วนใหญ่จะเป็นที่พักอาศัยที่รัฐบาลสร้าง ช่วงเวลานั้นเป็นฤดูร้อนอากาศจึงค่อนข้างร้อนไม่แพ้เมืองไทยแต่ฤดูหนาวจะหนาวมากมีหิมะตก สิ่งหนึ่งที่สังเกตเห็นได้ชัดคือมีการปลูกต้นไม้มากมาย เวลาเราเดินไปตามถนนจะรู้สึกถึงความร่มรื่นและเขียวขจีของต้นไม้ ผู้เขียนจะสนิทกับเพื่อนชาวพม่า ชาวเวียดนามและชาวมองโกเลีย เวลาไปไหนต่อไหนกันก็จะไปกันสี่คน

การเดินทางไปเที่ยวยังสถานที่ต่างๆนั้น ส่วนใหญ่จะขึ้นรถเมล์กันไปบางครั้งก็ไปต่อรถไฟใต้ดิน การเดินจากมหาวิทยาลัยไปที่ป้ายรถเมล์ เราต้องเดินไกลมากร่วมสองกิโลเมตร ส่วนใหญ่เราจะนั่งรถเมล์กับรถไฟใต้ดิน รถเมล์ในปักกิ่งในตอนนั้นแน่นมากพอๆกับรถเมล์ในกรุงเทพฯสมัยนั้น บางคันดูเหมือนจะแน่นกว่าด้วยซ้ำ เวลาผู้โดยสารขึ้นรถเมล์หากคนขับปิดประตูไม่ได้คนขับก็จะลงจากรถมายืนด่าผู้โดยสารที่ยังเกาะอยู่ที่ประตูรถด้วยเสียงล้งเล้งอย่างหงุดหงิดคนขับบางคนถึงกับใช้เท้าถีบประตูให้ปิด ส่วนรถไฟใต้ดินจะวิ่งรอบเมืองคงเป็นรถที่ใช้มาหลายปีดูค่อนข้างจะเก่า

วิถึชีวิตของชาวปักกิ่งในตอนนั้นดูจะยังเป็นสไตล์แบบคอมมิวนิสต์อยู่ แม้ว่าจะดูทันสมัยมากขึ้นกว่ายุคเหมา เจ๋อ ตุง เพราะชาวจีนก็เริ่มแต่งตัวแบบที่เป็นสากลกันมากแล้วโดยเฉพาะคนหนุ่มสาว แต่มีน้อยมากที่พูดภาษาอังกฤษได้ซึ่งน่าจะเป็นคนรุ่นใหม่ที่จบมหาวิทยาลัย คนสูงอายุมักจะอาศัยอยู่ตามบ้านส่วนใหญ่ดูภายนอกแล้วส่วนใหญ่ใจดีแต่คนขี้โมโหก็มี ช่วงเวลานั้นประเทศจีนเพิ่งเปิดประเทศได้ไม่นานและเริ่มต้นเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจจากระบบปิดมาเป็นแบบตลาดได้ประมาณ 10 ปี ตึกรามบ้านช่องแบบเก่ามักจะสร้างด้วยอิฐและมีชั้นเดียวซึ่งดูทึบแต่แข็งแรง แต่ก็เริ่มมีอาคารแบบสมัยใหม่เกิดขึ้นมากเหมือนกัน ผู้คนส่วนใหญ่จะใช้รถจักรยานขี่ไปตามถนนหนทาง ถนนของปักกิ่งส่วนใหญ่จะกว้างกว่าบ้านเราเนื่องจากการวางผังเมืองที่ดี

สมัยนั้นเมื่อชาวต่างชาตินำเงินดอลล่าร์อเมริกามาแลกเป็นเงินจีนจะไม่ได้เป็นเงินหยวนของจีนที่เรียกว่า RMB หรือเหริน หมิน บี้ ที่ใช้ได้เฉพาะภายในประเทศจีนและแลกเป็นเงินต่างชาติไม่ได้ แต่เราจะได้เป็นใบรับรองการแลกเปลี่ยนเงินต่างประเทศแทนซี่งเรียกว่า FEC หรือ Foreign Exchange Certificate ซึ่งสามารถแลกคืนได้ หากเงินที่แลกมาจากสนามบินไม่พอใช้ก็จะขอให้เพื่อนคนจีนพาไปแลกดอลล่าร์เพิ่มที่ธนาคารแห่งประเทศจีน หรือ Bank of China อีกวิธีหนึ่งคือเอาเงินดอลล่าร์ไปแลกเป็น RMB โดยตรงในร้านแลกเงินเถื่อนหากเราต้องการใช้จ่ายให้หมดในเมืองจีนโดยไม่คิดจะแลกคืนซึ่งจะได้มูลค่าเป็นเงินหยวนสูงกว่า FEC กรณีนี้ก็ต้องให้เพื่อนคนจีนพาไปแลกเหมือนกันแต่ต้องหลบซ่อนพอสมควร  

ความทรงจำที่ปักกิ่ง

สถานที่สำคัญที่ได้ไปเยือน

เมื่อผู้เขียนไปที่จตุรัสเทียนอันเหมินตอนนั้นเหตุการณ์ประท้วงที่รัฐบาลสั่งปราบปรามประชาชนที่มีผู้เสียชีวิตนับแสนคนเพิ่งผ่านมาได้เพียง 2 ปี สภาพบ้านเมืองและผู้คนดูจะสงบเรียบร้อยดีแต่ดูเหมือนลึกๆในใจคนจีนยังรู้สึกมีบาดแผลจากเหตุการณ์นี้อยู่ เพื่อนผู้เขียนที่เป็นคนจีนดูเหมือนพยายามที่จะหลีกเลี่ยงที่จะกล่าวถึงเรื่องนี้ จตุรัสเทียนอันเหมินเป็นศูนย์กลางของประเทศจีนในการทำกิจกรรมใหญ่ๆระดับชาติ จตุรัสเทียนอันเหมินนั้นกว้างขวางมากซึ่งผู้เขียนไม่เคยเห็นพื้นที่ในเมืองที่ไหนกว้างขวางเท่านี้ ช่วงเวลาเย็นจะมีคนจีนและนักท่องเที่ยวมากันมาก

หอฟ้าเทียนถานเป็นสถานที่ปฏิบัติพิธีการบวงสรวงต่อฟ้าขององค์จักรพรรดิ์จีนในอดีต แต่ปัจจุบันทางการจีนเปิดให้เป็นสวนสาธารณะสำหรับคนทั่วไป สถานที่แห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก้

นครต้องห้ามหรือกู้กงคือพระราชวังของจักรพรรดิ์นั่นเอง จักรพรรดิ์จีนในสมัยโบราณจะประทับอยู่ในนี้ร่วมกับ นางสนม ข้าหลวงและขันทีหลายพันคน ภายในมีพระตำหนัก ห้องลับและสวนหย่อมเป็นจำนวนมาก เริ่มต้นสร้างเมื่อประมาณ 600 ปีที่แล้ว เป็นสถานที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเช่นกัน

กำแพงเมืองจีนหรือกำแพงหมื่นลี้ เริ่มสร้างเมื่อประมาณ 2,500 ปีมาแล้ว และจักรพรรดิ์หลายองค์ก็สร้างขยายมาเรื่อยๆ จนมีความยาวกว่า 20,000 กิโลเมตร มีจุดประสงค์เพื่อป้องกันการรุกรานจากศัตรูทางตอนเหนือคือชาวฮั่น ตลอดกำแพงมีป้อมปราการจำนวนมาก การเดินเที่ยวไปยังป้อมต่างๆจะเหนื่อยมากเพราะแต่ละป้อมอยู่ไกลกัน จุดที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้นไปอยู่ไม่ไกลจากปักกิ่ง

พระราชวังฤดูร้อนหรืออี้เหอเหวียน เป็นสถานที่พักผ่อนขององค์จักรพรรดิ์ มีพระตำหนักอยู่บนเขา พื้นที่ส่วนใหญ่ของพระราชวังเป็นน้ำหรือทะเลสาบที่ถูกขุดขึ้นมาโดยแรงงานมนุษย์ชื่อทะเลสาบคุนหมิง สถานที่นี้เป็นมรดกโลกเช่นกัน

สุสานใต้ดินของราชวงศ์หมิง อยู่ไม่ไกลจากปักกิ่งมาก อยู่ห่างจากปักกิ่งประมาณ 50 กิโลเมตร เป็นสุสานที่ฝังพระศพของกษัตริย์จำนวน 13 พระองค์ มีอยู่สุสานหนึ่งที่อยู่ลึกลงไปใต้ดินด้วย

ถนนคนเดินและเฟรนชิพสโตร์ เป็นสถานที่ที่พวกเราไปเดินเที่ยวกันบ่อยที่สุด  ถนนคนเดินที่มีชื่อเสียงในปักกิ่งมี  2 แห่งคือ ถนนคนเดินเฉียนเหมิน และถนนคนเดินหวังฝูจิง ส่วนใหญ่จะไปซื้อของฝากกันและหาอาหารอร่อยๆ กินกัน เวลาไปซื้อของในห้างก็จะไปที่เฟรนชิพสโตร์ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าที่รัฐบาลจีนสร้างขึ้นเพื่อให้บริการแก่นักท่องเที่ยวและรับเงิน FEC โดยตรง เฟรนชิพสโตร์มีอยู่หลายแห่งในปักกิ่ง

สมัยที่ผู้เขียนไปเมืองจีนเมื่อ 29 ปีที่แล้วนั้น ประเทศจีนในวันนั้นยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาประเทศแบบก้าวกระโดด วันนี้ปักกิ่งมีความเจริญก้าวหน้ากว่าเวลานั้นหลายเท่า ปักกิ่งวันนี้เป็นเมืองที่เจริญก้าวหน้าและทันสมัยจนแทบจะจำไม่ได้เมื่อไปเปรียบเทียบกับเวลานั้น

นานาสาระ ล่าสุด